• Home
  • About Animania
  • Authors
    • Pink ‘s Biography
  • Tips & Tricks
    • Volumn I
  • Activities
    • Training
    • Interview
  • All Posts
  • Video Clips

ในโลก 3D Animation.. กระพริบตาก็มีความหมาย (ตอนที่ 3)

ทีนี้.. กลับมาที่ข้อหนึ่ง – กระพริบตาเพื่อแสดงถึงการเปลี่ยนกระบวนการคิด

กระพริบตาเพื่อแสดงถึงการเปลี่ยนกระบวนการคิด สิ่งนี้เป็นสิ่งที่สำคัญมากแล้วก็เป็นประโยชน์มากเลยล่ะสำหรับคนทำ 3D Animation

เป็นสิ่งที่คุณเอามาใช้ได้เรื่อยๆ คล้ายๆ กับแนวความคิดเรื่อง Anticipation นั่นแหละ นี่ก็เป็นสิ่งที่แสดงออกถึงความมีชีวิต ที่คุณสามารถจะใช้สื่อสารกับคนดูของคุณ เป็นเหมือนการที่คุณไปกระซิบข้างๆ หูคนดูว่า “นี่ๆ ดูสิ! เค้ากำลังใช้ความคิดนะ! โอ..! ตอนนี้แหละเค้าตัดสินใจแล้วนะ!”

เอาล่ะ กลับมาที่เรื่องการเปลี่ยนกระบวนการคิดนะ

ดวงตาเป็นหน้าต่างของดวงใจใช่มั้ยล่ะ เราได้เคยพูดเรื่องนี้กันไปแล้วว่ามันจริงขนาดไหน แล้วเราก็คุยกันไปแล้วว่ามันสำคัญขนาดไหน ที่จะตัวละครของคุณจะต้องสามารถสื่อสารได้ด้วยดวงตา (ผมว่าเราคุยไปแล้วนะ..ใช่มั้ยนะ? คือผมก็ย้อนกลับไปอ่านได้อ่ะนะว่าเราคุยกันไปรึยัง แต่ทั้งคุณทั้งผมก็รู้ดีว่าผมขี้เกียจจะตาย..ใครจะไปมัวย้อนอ่านล่ะ)

ส่วนตัวแล้วผมรู้สึกว่า 70 – 80 % ของอารมณ์ของตัวละครจะถูกสื่อสารออกมาทางใบหน้า และ 90% ของอารมณ์ที่สื่อสารทางใบหน้านั้นน่ะจะถูกสื่อผ่านออกมาทางดวงตา เพราะฉะนั้น Timing และ Direction ของการเคลื่อนไหวของดวงตา จะเป็นตัวที่ถูกใช้สื่อสารเกือบจะมากที่สุด เมื่อเทียบกับการสื่อสารด้วยสิ่งอื่นๆ ใน scene

แล้วส่วนที่ใหญ่ที่สุดของสิ่งนั้นก็คือ การกระพริบตา เรามาคุยกันเรื่องดวงตาทีหลังได้ถ้าคุณต้องการนะ แต่เรื่องกระพริบตามันสำคัญมากกว่านั้น

เพราะว่าไม่ว่าเราจะ animate ดวงตาได้ดีขนาดไหน มันก็ไม่เวิร์คหรอกถ้าปราศจากการวางแผนการกระพริบตาที่ดี

ตัวละครของคุณอยู่ที่ห้องใต้ดิน หวาดกลัว ค่อยๆ ก้าวถอยหลังเข้าสู่มุมมืดของห้อง ไม่แน่ใจว่าเจ้าตัวร้ายซ่อนอยู่ที่ไหน ดวงตาของเขาเบิกโพลง กรอกลูกตาไปมารอบๆ ห้องเพื่อค้นหา.. หาความช่วยเหลือ.. หาทางออก.. หาอาวุธ.. หาที่ซ่อน

เท่าที่ฟังมาเหมือนไม่มีเหตุผลที่จะกระพริบตาใช่มั้ย เค้ากลัวแทบตาย มองหาความช่วยเหลืออย่างสิ้นหวัง ดวงตาของเค้าพยายามเก็บเกี่ยวทุกรายละเอียดรอบๆ ตัวเท่าที่ดวงตามนุษย์ปุถุชนคนนึงจะทำได้ เพราะถ้าเค้าไม่สามารถหาทางออกไปจากที่นี่ได้ ดวงตาของเขาอาจจะต้องปิดลงและไม่สามารถเห็นอะไรอีกเลยตลอดกาล

ถ้าคุณกำลัง animate scene นี้อยู่ คุณกำลัง animate scene ที่ไม่ได้กระพริบตาเลยตลอดทั้ง scene ยกเว้นว่ามันจะนานมากๆ อ่ะนะ ถ้าดวงตามันดูสิ้นหวังมากพอ ผมว่าคุณสามารถทำให้เค้า “ไม่กระพริบตาเลย” ได้นานถึง 10 วินาที หรือกว่านั้นด้วยซ้ำ เพราะก็มี scene เจ๋งๆ ของนักแสดงชั้นเซียนหลายๆ คน ที่ใน scene นั้นเค้าไม่กระพริบตาเลยนานกว่า 10 วินาทีเพื่อแสดงถึงความตึงเครียดทางอารมณ์ในขณะนั้น แต่เมื่อมาถึงจุดหนึ่ง สภาวะความกลัวของชายนี้จะเริ่มจืดชืดแล้วก็น่าเบื่อสำหรับคนดู ถึงตรงนั้นแหละที่คุณอาจจะต้องใส่การกระพริบตาให้ตัวละครแล้ว

ดังนั้น.. เค้ากลัว และ ส้นหวัง  ยังไม่กระพริบตานะ เค้าถอยหลังจนชนเข้ากับกำแพง ตอนนั้นเองเค้าก็รู้ตัวแล้วว่าตอนนี้เค้าจนมุม ตอนนี้ตาเค้าเบิกโพลง มองหา… หวังว่าจะเจอ… ทันใดนั้น ดวงตาจ้องเขม็ง! เค้าเจอพลั่ว! อาวุธ! เค้าพบความหวังของเค้าแล้ว!

เดาซิเค้าทำอะไร?

เค้าคว้าพลั่วนั้นใช่มั้ย? ใช่..ถูก… แต่ก่อนนั้นเค้าทำอะไรล่ะ?

เค้า “กระพริบตา” ไง!

ทำไม? ก็คล้ายๆ กับกฏของ Walter Murch ไง เค้ากำลังตัดต่อหนังอยู่ scene ของอาการ “กลัวและสิ้นหวัง” จบไปแล้ว ตอนนี้ถึงเวลาของ scene “พยายามจะเป็นฮีโร่” นำแสดงโดยเค้าและพลั่วของเค้า

หรืออีกนัยย์หนึ่ง กระบวนการคิดของเค้าเปลี่ยนไปแล้ว เค้าเปลี่ยนจากแนวคิดหนึ่งไปสู่อีกแนวคิดหนึ่ง

ในสมองของเค้า..ก่อนหน้านี้เค้ากลัวจนแทบเสียสติ แต่ตอนนี้ความกลัวนั้นเปลี่ยนไปแล้ว มันพัฒนาไปเป็นอย่างอื่น ก็จริงว่าเค้าอาจจะยังกลัวอยู่ แต่ผมพนันได้เลยว่า ขณะนี้ที่เค้ากำพลั่วไว้ในมือตาเค้าหรี่ลงกว่าก่อน กรอกตาน้อยลงกว่าเดิมมาก ถึงแม้ว่าเค้ายังกลัวอยู่แต่ตอนนี้เค้ามีความหวังแล้ว และไม่แน่อาจจะโกรธอยู่นิดๆ ด้วยซ้ำ ว่าใครคือไอ้โรคจิตที่ไล่ล่าเค้าอยู่ในใต้ถุนบ้าๆนี่? มันคิดว่ามันเป็นใคร? จะฟาดหน้ามันด้วยพลั่วนี่แหละถ้ามันยังไม่ออกไปเดี๋ยวนี้!

ใช้มั้ย?

เมื่อคุณได้รับมอบหมายให้ animate scene แบบนี้ คุณต้องศึกษาให้ดีถึงระยะเวลาของ scene แล้วก็วางแผนการเคลื่อนที่และ Timing คิดให้ตกว่าจะ pose ยังไง อะไรพวกนี้ ก็เหมือนกับวางแผนเรื่องอื่นๆ มันเป็นเรื่องสำคัญมากเลยที่คุณต้องศึกษาตลอดทั้ง scene และมองหาจุดเปลี่ยน – เมื่อไหร่ที่อารมณ์เปลี่ยน หรือ ความคิดเปลี่ยน เพราะจุดเหล่านี้เป็นจุดสำคัญที่สุดสำหรับคุณในฐานะนักแสดงในโลกของ 3D Animation และ จุดเหล่านี้ก็เป็นจุดที่คุณจะเลือกใส่การกระพริบตาลงไปอย่างระมัดระวัง

เปลี่ยนจากกลัวมาเป็นมีความหวัง? กระพริบตา จากมีความสุขเป็นกังวล? กระพริบตา แล้วถ้างั้น… ถ้าหากเป็นอะไรที่เล็กน้อยมากๆล่ะ อย่างพวก..เศร้า เป็น เศร้ามาก… ก็กระพริบตาอยู่ดี

การกระพริบตาในจังหวะเหล่านั้น สื่อการเปลี่ยนแปลงทางการบวนความคิดมากกว่าสิ่งอื่นใด สื่อได้มากกว่าแม้กระทั่งการเปลี่ยนท่าโพส

และโอเค..ในที่สุด เรามาถึงเรื่องการใช้การกระพริบตาในการสื่ออารมณ์

กลับไปที่ตัวอย่างเดิมของชายหนุ่มที่ใต้ถุนบ้าน เรารู้ได้ยังไงว่าเค้ากำลังกลัว? ผมก็หวังว่าคุณจะใช้สิ่งเล็กๆ น้อยๆ ต่างๆในการสื่อความกลัวนั้นออกมาได้นะ หวังว่าการเคลื่อนไหวของเค้าเป็นการเคลื่อนไหวของความรู้สึกกลัว ศรีษะและดวงตาก็กรอกหันไปมารอบๆ ตัว การแสดงออกโดยรวมและการเคลื่อนที่กำลังแสดงออกว่ากำลังกลัว

แต่การมีดวงตาเบิกโพลงไม่กระพริบตาเลยนั้น ก็สามารถที่จะสื่อความกลัวได้มากเท่าๆ กับสิ่งอื่นๆ ที่ผมกล่าวมา หรือบางทีอาจจะสื่อได้ดีกว่าด้วยซ้ำ ใช่มั้ยล่ะ? ดังนั้น..ก่อนอื่นเลย เราก็สื่ออารมณ์นั้นผ่านการกระพริบตา หรือพูดให้ชัดก็ด้วยการ “ไม่กระพริบตา” นั่นแหละ มันจะเป็นยังไงนะถ้าหากเค้ากระพริบตาบ่อยมากๆ ตอนที่อยู่ใต้ถุนน่ะ? เค้าก็จะดูเหมือนกำลังสับสนว้าวุ่น บางทีอาจจะดูเหมือนเค้ากำลังคิดหลายๆ เรื่องพร้อมๆกัน หรือพยายามนึกเรื่องอะไรอยู่ หรือเค้าอาจจะดูเหมือนกำลังอาย หรือไม่ก็ประหม่าก็ได้นะ แต่เค้าจะไม่ดูเหมือนกำลังกลัวแน่ๆ แหละ ไม่ว่าคุณจะ animate ท่าทางส่วนที่เหลือของเค้ายังไงก็ตาม

ทันทีที่เค้าเจอพลั่ว เค้ากระพริบตาเพื่อแสดงออกถึงว่าเค้าเห็นอะไรบางอย่าง (และระยะเวลาและจำนวนของการกระพริบตาในช่วงนี้ จะบอกถึง mood ของการแสดง (ถ้าเค้าจ้องทนานๆ..แล้วตามด้วยการพริบตาโตๆ สองครั้งก็จะเป็นการแสดงของหนัง mood ขำๆ ฮาๆ แต่ถ้าเค้ากระพริบตาเร็วๆ แล้วรีบกระโจนเข้าไปหยิบพลั่วก็จะทำให้หนังยังอยู่ใน mood น่ากลัว) แต่ตอนนี้ที่เค้ามีพลั่วอยู่ในมือแล้ว เราจะใช้การกระพริบตาด้วยวิธีต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง

เค้ายังกลัวอยู่ แต่ไม่สิ้งหวังเท่าก่อนหน้านื้ และก็เริ่มกระพริบตาบ้างแล้ว ตอนนี้เราจะใส่ “การกระพริบตาแบบกลัวๆ เร็วๆ” ได้บ้าง (ถ้ากระพริบตาช้าๆ จะดูผ่อนคลายเกินไป) บางทีอาจจะใส่ไว้ในช่วงที่เค้าเปลี่ยนจากการมองด้านหนึ่งไปอีกด้านหนึ่ง หรือตอนที่เค้าได้ยินเสียงก๊อกแก๊กมาจากอีกมุมหนึ่งของใต้ถุน

สำหรับผม คอนเซปต์นี้เป็นพื้นฐานสำคัญอันหนึ่งของการแสดงที่ดีเลยล่ะ และผมก็คิดว่าเป็นสิ่งที่คุ้มค่าที่เราทุกคนจะศึกษามันให้ถ่องแท้

ถ้าคุณอ่านคอลัมน์นี้มาตั้งแต่ต้น เท่ากับคุณคุณได้อ่านเรื่องที่ผมบอกเกี่ยวกับการวางแผน scene แล้ว และก็รู้ว่ามันสำคัญขนาดไหนที่จะวางแผนการแสดงของคุณ (ในโลก 3D Animation) ส่วนหนึ่งของการวางแผนนั้นคือการถ่าย video reference ไม่ว่าจะของตัวคุณเองหรือเพื่อนคุณหรือไม่ก็นักแสดงก็ได้ ถ้าคุณเข้าใจในตัวละครของคุณจริงๆ และเริ่มรู้สึกจริงๆ ถึงอารมณ์ของ scene เวลาที่คุณถ่ายทำ video reference คุณจะเห็นเองว่าตำแหน่งไหนที่เหมาะสมที่จะใส่การกระพริบตา ตรงไหนที่แสดงถึงการเปลี่ยนของอารมณ์และกระบวนการคิด ยิ่งถ้าคุณไม่แน่ใจว่าจะกระพริบตาตรงไหน ขอให้แน่ใจว่าคุณไม่ข้ามขั้นตอนนี้ไปเพราะมันจะช่วยคุณได้มากจริงๆ

อีกวิธีนึงที่เยี่ยมมาก ก็คือการศึกษาวิธีการกระพริบตาของนักแสดงคนโปรดของคุณ คิดถึงหนังเรื่องโปรด แล้วเลือกออกมาซัก scene ที่คุณรู้สึกว่าโดดเด่นและมีการแสดงที่คุณรู้สึกว่าน่าเชื่อ เปิดหนังขึ้นมาแล้วศึกษาการกระพริบตาของนักแสดงคนนั้น ลองดู Forrest Gump ตอนที่เจอหน้าลูกครั้งแรก มันสุดยอดมาก รวมถึงการกระพริบตาและการกรอกขยับลูกตาของ Robin Williams ในหนังเรื่อง One Hour Photo ก็เป็นสิ่งที่น่าวิเคราะห์มาก ไม่ว่านักแสดงคนโปรดของคุณคนไหนก็เป็น reference ที่ทรงคุณค่าให้คุณศึกษาได้ทั้งนั้น ลองกลับไปเปิดดู! ว่าระยะเวลา และความถี่ของการกระพริบตาที่เหมาะเจาะ สื่อสารอารมณ์ออกมาได้สมจริงได้อย่างไร  แล้วมันทำให้คุณรู้สึกยังไง ทำไมถึงเป็นอย่างนั้น

มันเป็นความคิดที่ดีที่จะนั่งลงและศึกษาเรื่องพวกนี้อย่างจริงจัง จดโน๊ตเอาไว้ แล้วค้นลึกลงไป คุณไม่จำเป็นต้องเป็นนักแสดงชั้นยอดหรอกถึงจะค้นพบคุณค่าใน reference เหล่านั้น มันมีประโยชน์จริงๆ

อ่ะ…มาทวนกันอีกที ในฐานะที่คุณเป็นนักแสดงของโลก 3D Animation

1. การกระพริบตามีความหมาย

2. การกระโดดข้ามการศึกษาเรื่องความรู้พื้นฐานไปทำ acting scene เลย ก็เหมือนคุณเตะตัดขาตัวเอง

3. อย่า animate อะไรอย่างไร้เหตุผลเป็นอันขาด

4. อย่าพูด “ไม่มีทาง” กับ Animation Director

5. เรากระพริบตาเพื่อตัดต่อหนังชีวิตของเรา

และนี่คือ 5 เทคนิคเล็กๆ น้อยๆ ที่ผมแถมฟรีให้เลย สงสัยผมคงต้องเริ่มขี้เหนียวหน่อยละไม่งั้นคอลัมน์นี้อายุสั้นแหงๆ เพราะหมดเรื่องจะสอน

หวังว่าคุณจะพบว่าคมลัมน์นี้มีประโยชน์ เจอกันคราวหน้าครับ!

  • (3) Comments
  • (0) Trackbacks
  1. iboy01-21-11

    ขอบคุณครับสำหรับหลักการดีๆ ผมจะนำไปใช้ครับ

    (reply)
  2. ray03-04-11

    มีประโยชน์มากมาย ขอบคุณมากๆคร้าบบ
    (อยากให้ทำเรื่องแอคติ้งด้วยอ่าครับ ขอบคุณไว้ล่วงหน้าครับ ^ ^)

    (reply)
  3. fastbeam03-04-11

    ขอบคุณมากค่าาา ต้องระลึกไว้เสมอ เฮือกกก

    (reply)

Leave a Reply

Click here to cancel reply.


Popular Posts

  • ส่ง Animation ประกวด OIAF 2012 กันเถอะ ส่ง Animation ประกวด OIAF 2012 กันเถอะ
    04-16-2012
  • มาแล้ว..จะไปแล้ว!!?!? มาแล้ว..จะไปแล้ว!!?!?
    06-24-2011
  • Animate ให้ไว .. อย่าเพิ่งใส่ใจ Animate ให้ไว .. อย่าเพิ่งใส่ใจ "ขา"
    07-4-2011
  • แฉคลิ๊บ(ไม่)ลับของ แฉคลิ๊บ(ไม่)ลับของ "หนู"!!!
    07-20-2011


Recent Posts

  • สบโอกาส(จะ)ได้พบ John Cassaday สบโอกาส(จะ)ได้พบ John Cassaday
    05-18-2012
  • A Shadow of Blue A Shadow of Blue
    05-12-2012
  • ส่ง Animation ประกวด OIAF 2012 กันเถอะ ส่ง Animation ประกวด OIAF 2012 กันเถอะ
    04-16-2012

Meta

  • Register
  • Log in
  • Entries RSS
  • Comments RSS
  • WordPress.org


© 2009 The Animania. All Rights Reserved
  • Home
  • Pink’s biography
  • Sitemap
  • Contact