• Home
  • About Animania
  • Authors
    • Pink ‘s Biography
  • Tips & Tricks
    • Volumn I
  • Activities
    • Training
    • Interview
  • All Posts
  • Video Clips

จงปล่อยให้ตัวประกอบเป็นตัวประกอบ (ตอนที่ 1)

ยินดีต้อนรับกลับสู่ Animation Tips & Tricks ครับ !

ครั้งที่แล้วเราพูดกันถึงเรื่อง การทำให้สีหน้าและการแสดงอารมณ์ของตัวละครให้โดดเด่นราวกับอยู่ใน  spotlight เพื่อให้แน่ใจได้ว่าคนดูเห็นสีหน้าเหล่านั้นได้อย่างชัดเจน เราคุยกันด้วยว่าเราต้องเลือกจังหวะใส่สีหน้าและการแสดงอารมณ์ต่างๆ อย่างระมัดระวัง เพื่อที่ว่าสิ่งเหล่านี้จะไม่จมหายไปในการเคลื่อนไหวของร่างกาย เช่นว่า หลีกเลี่ยงการเปลี่ยนสีหน้าอารมณ์ระหว่างการหันหน้าเร็วๆ แน่นอนเช่นเคยว่า..

สิ่งแรกที่คุณควรคำนึงถึงก็คือการสื่อสารที่ชัดเจน… จัดวางสิ่งต่างๆ ใน scene ของคุณให้มันอธิบายสถานการณ์ได้เข้าใจง่ายที่สุด บอกอารมณ์ได้ดีที่สุด เล่าเรื่องได้ชัดเจนที่สุด

การแสดงออกทางสีหน้าก็สำคัญไม่ต่างจากส่วนประกอบอื่นๆ ของ scene ดังนั้นอย่าทำกับมันเหมือนถูกละเลย เพราะว่าจริงๆ แล้วมันเป็นสิ่งหนึ่งในบรรดาสิ่งที่สำคัญที่สุด  (ไม่แน่ว่ามันอาจเป็นสิ่งสำคัญสุดด้วยซ้ำ) ที่จะช่วยสื่อสารกับคนดูเลยล่ะ

เอาล่ะ จบเรื่องการแสดงสีหน้าอารมณ์ให้โดดเด่นไว้แค่นั้นละกันนะ ผมคอนข้างแน่ใจเลยล่ะว่าครั้งที่แล้วผมพูดซ้ำพูดซากเรื่องนี้จนช้ำไปหมดแล้ว งั้นครั้งนี้เรามาพูดเรื่องอะไรที่ต่างจากเดิมอย่างสิ้นเชิงกันเลยดีกว่า ดีม๊ะ?

เพื่อให้ต่อเนื่องกับประวัติศาสตร์การพูดเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องกันมาต่อเนื่องกันของผม ครั้งนี้ผมก็จะมาพูดถึงเรื่องการ animate character หลายๆ ตัวใน scene

ถ้าหากว่าคุณเป็นนักเรียน animation ซึ่งผมก็ขออนุมานว่าส่วนใหญ่ของคนที่อ่านอยู่นี่ก็เป็นนักเรียนละกันนะ คุณก็คงเคย animate scene ที่มีตัวละครหนึ่งตัวกันมาบ้างแล้ว แต่ถ้าคุณกำลังอ่านบมความนี้อยู่แต่ไม่ได้เป็น animator หรือว่าไม่ได้เป็นนักเรียน animation.. งั้นคุณก็ต้องเป็นอะไรซักอย่างต่อไปนี้

1 เป็นนักเรียน animation อยู่ข้างในลึกๆ .. ที่อยากจะระเบิดออกจากเปลือกแล้วพุ่งหลาวเข้าสู่วิชาชีพที่แสนสนุกและท้าทายนี้ใจจะขาดดิ้น

2 เป็นแม่ผม

ดังนั้น.. ถ้าคุณไม่ใช่แม่ผม… ยังไงผมก็ถือว่าคุณเป็น animator คนหนึ่ง หรือไม่ก็นักเรียน animation คนหนึ่งนี่แหละ และผมกว่าคุณน่าจะเคยได้ลอง animate scene ที่มีตัวละครหนึ่งตัวกันมาบ้างแล้ว หลายๆคนอาจจะเคย animate scene ที่มี character หลายตัวมาแล้วด้วยซ้ำ และผมก็มีเคล็ดลับเล็กๆ น้อยๆ อยากจะบอกเกี่ยวกับเรื่องนี้

เคล็ดลับนั้นก็คือ: จงปล่อยให้ตัวประกอบก็เป็นแค่ตัวประกอบ

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงปีแรกๆ ของชีวิตการทำ animation เรามักจะมีความต้องการให้ตัวละครของเรา “ทำอะไร” อยู่ตลอดเวลา แบบว่า.. เราเป็น animator นะ.. เราต้องการจะ animate!!! ตัวละครจะยืนอยู่เฉยๆโดยไม่ทำอะไรได้ไงล่ะ!! ยังงี้เค้าก็ดูเหมือนตายสิ!! ยังไงๆ เค้าก็ควรจำต้อง “ทำอะไร” บางอย่างอยู่ไม่ใช่เหรอ?!!

อันตราย ของความคิดอย่างนี้ แน่นอนว่า.. สองเด้งเลยทีเดียว –  การเคลื่อนไหวย่อมต้องเกิดขึ้นอย่างมีสาเหตุและเหตุผล แต่ถ้าทำอย่างนั้นจะเกิดอาการที่เรียกว่า “ขยับไปแบบขอให้ได้ขยับ” และการขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวตัวละครตลอดเวลา จะทำให้ไม่มีข้อเปรียบเทียบในด้านการแสดง

ใน scene ที่มีตัวละครมากกว่าหนึ่งตัว.. ความพยายามที่จะทำให้ตัวละครทุกตัว “ทำอะไรอยู่ตลอดเวลา” สามารถทำลายความลื่นไหลของบทสนทนา แล้ว scene ก็จะดูยุ่งเหยิงมาก แล้วคุณก็จะควบคุมคนดูให้สนใจอยู่ที่จุดที่คุณต้องการไม่ได้เลย

จุดมุ่งหมายของ scene ที่มี character มากกว่าหนึ่งตัว.. เช่นเคย..แน่นอนว่าย่อมต้องเป็นไปเพื่อสื่อสารความคิดของคุณได้อย่างชัดเจน ถูกมั้ย? และแน่นอนว่า..เพื่อที่จะสื่อสารข้อมูลเหล่านั้นให้ชัดเจน มันเป็นหน้าที่ของคุณที่จะชักนำดวงตาของผู้ชมให้หันมาสนใจอยู่ที่บทสนทนา คุณต้องจัด scene ของคุณให้เหมือนเป็นเวที และวางแผนการใช้เวลาของคุณที่จะเปิดโอกาสให้คุณได้จูงมือผู้ชมแล้วพาเค้า เดินไปตามเรื่อง… ตาม  animation ของคุณ .. ราวกับว่าคุณกำลังกระซิบที่ข้างๆ หูคนดูว่า “เฮ้..ฟังที่เค้าพูดสิ.. โอเค.. เร็วเข้า… ดูตรงนั้นสิ… ดูว่าเค้าเพิ่งจะทำอะไรนั่นน่ะ?… ตรงนั้นสำคัญมากนะกับเนื้อเรื่อง… โอเค.. มา.. ตอนนี้ลืมไอ้หมอนั่นไปเลย.. มาสนใจที่คนนี้ดีกว่า…” อะไรแบบนี้

ถ้าคุณไม่สามารถทำแบบนี้ได้.. scene ของคุณก็จะเป็นเหมือนของเยอะแยะมากองๆ รวมๆ กันอยู่ ซึ่งมันจะชวนให้สับสนมากกว่าน่าสนุก .. ประเด็นของเรื่องก็ตกไป มุขที่ยิงออกมาคนดูก็พลาดไป อารมณ์ที่ส่งออกมาก็คลุมเครือ

กุญแจสำคัญในการที่จะทำให้อะไรๆ ชัดเจน ก็คือ… ใครเป็นตัวประกอบ ก็ควรปล่อยให้เค้าทำ action ที่มีบทบาทรองลงไป…

เรื่องของ secondary action มันเขียนได้เป็นบทความแยกออกมาอีกอันได้เลยล่ะ แต่ถ้าจะให้เล่าสั้นๆ เร็วๆ ถ้าหากว่าคุณไม่รู้ว่ามันคืออะไร.. ก็บอกได้ว่า

“secondary action” ก็คือ action ที่ถูกใส่เค้าไปในตัวละครซึ่งเป็นส่วนเสริมทางด้านอรรถรส โดย “ไม่รบกวน” และ “ไม่ดึงความสนใจของผู้ชม” ออกจากสถาณการณ์หลักใน scene … บางครั้งศัพท์คำว่า secondary action มักถูกจำสับสนกับ คอนเซปต์ของคำว่า “overlap” และ “follow-through” แต่จริงๆแล้วมันคนละเรื่องกันเลย

ตัวละคร1 ชวนสาวออกเดทอย่างอายๆ ในขณะที่มือที่ไขว้อยู่ข้างหลังก็กำลังปั่นดินสออยู่ ไอ้อาการ “ปั่นดินสอ” นี้แหละที่คือ secondary action ของ scene นี้ และเราก็แทบจะรู้ได้ทันทีเลย..ทำไมน่ะเหรอ ก็เพราะ animator ก็ย่อมต้องการให้คุณสนใจไปที่ใบหน้าของเขา หรือ ปฏิกิริยาของร่างกายที่มีต่อสถาณการณ์มากกว่า ไอ้การ “ปั่นดินสอ” เป็นแค่กิริยาที่ ใช้แค่เพื่อเสริมอาการประหม่าของเขา

โอเค งั้นสมมติคุณมี scene ที่มี character 3 ตัวอยู่ใน scene ทั้งสามคนมีบทพูดของตัวเอง และเอาให้ยากขึ้นไปอีก.. พวกเค้ามีบางบทพูดที่ต้องพูดแทรกทับกันขึ้นมาเลยด้วย พวกเค้าพูดเร็วและรัวเกี่ยวกับอะไรซักอย่าง หรือไม่ก็แค่คุยเรื่องตลกทั่วๆไป เอาเป็นว่พวกเค้าชื่อ คริส, แอนดี้ และ เจย์ ละกันนะ

เอาล่ะ ดูท่านี่จะเป็น scene ที่ยากพอสมควร แต่ด้วยการวางแผนอย่างระมัดระวัง คุณน่าจะสามารถควรคุมจุดสนใจของผู้ชมให้มองมายังสิ่งที่คุณต้องการได้ โดยแทบจะไม่เกี่ยวว่าบทพูดของเขาคืออะไร หรือ แต่ละคนพูดด้วยน้ำเสียงแบบไหน

แนวคิดพื้นฐานที่สุดก็คือ การดึงความสนใจของผู้ชมด้วยการเคลื่อนไหว, anticipation, ทิศทางการมอง และ ความแตกต่างของจังหวะของคนที่พูดและคนที่ไม่ได้พูด สมมติว่าเราให้คริสเป็นคนเริ่มเปิดscene ประโยดพูดของเขาเป็นการเปิดประเด็นมุขตลกที่พวกเข้าพูดถึงตลอดทั้ง scene ดังนั้น.. ดูเหมือนว่านี้จะเป็นส่วนสำคัญเหมือนกันใช่มั้ยล่ะที่คนดูจะต้องตั้งใจฟัง แค่ได้ยินคำลอยมากะลมคงไม่พอแล้วล่ะ (ไม่งั้นก็ไม่ต่างกับนั่งฟังละครวิทยุสิ คุณจะต้องสร้างการแสดงที่จะทำให้ “แค่คำหนึ่งคำ” เป็นได้มากกว่าแค่คำที่ลอยมา และนี่เป็นเหตุผลที่เราชอบดูการแสดงที่คนเล่นดีๆ ) เพราะฉะนั้น.. คุณต้องแน่ใจว่า.. ผู้ชมไม่ใช่แค่ “ได้ยิน” คริส แต่คนดูต้อง “เห็น” ว่าคริสกำลังทำอะไร และ “เข้าใจ” ว่าเค้ากำลังอยู่ในอารมณ์แบบไหน แล้วคุณจะทำแบบนั้นได้ยังไงล่ะในเมื่อมีตัวละครตั้ง 3 ตัวอยู่ใน scene? จริงๆ แล้วก็มีตั้งหลายทางนะ ที่เบสิคที่สุดก็… ให้คริสเป็นคนเดียวที่มีการเคลื่อนไหว ถ้าคริสเป็นคนเริ่มมุข แล้วแอนดี้กำลังกระโดดตบในขณะที่เจย์กำลังวิ่งเป็นวงกลมอยู่รอบๆ มันก็มีความเป็นไปได้สูงมากกว่าความสนใจของคนดูจะไปอยู่ที่คนอื่นๆ ยกเว้นคริสจริงมั้ย? ดังนั้น.. ง่ายที่สุด และเป็นพื้นฐานระดับเริ่มแรกเลย – ถ้าคริสเป็นคนพูด แอนดี้และเจย์ก็ต้องไม่ทำอะไรเลย ทีนี้..วิธีนี้ก็ไม่ใช่วิธีที่ดีที่สุดเสมอไป บางทีอาจเป็นวิธีที่ออกจะน่าเบื่อด้วยซ้ำ แต่รู้อะไรมั้ย?

น่าเบื่อแต่เข้าใจง่าย..ยังดีกว่าเยอะแยะแล้วสับสน ในความคิดเห็นของผมนะ
ให้แอนดี้กับเจย์ดูเหมือน “ตายคาจอ” ไปเลยซะยังจะดีกว่าปล่อยให้เค้ามาขโมย scene หรือดึงความสนใจของผู้ชมไปจากจุดสำคัญของเหตุการณ์ของเรื่องในขณะนั้น

แต่ถึงจะพูดขนาดนั้นก็อาจจะสุดโต่งเกินไป ..เอาเข้าจริงก็น่าจะดีกว่าแหละถ้าคุณหา secondary action อะไรเล็กๆ น้อยๆ ให้แอนดี้กับเจย์ซะ บางที่ทั้งสามคนอาจจะกำลังจ๊อกกิ้งกันอยู่ แล้วตอนนี้ก็หยุดพักมาคุยกัยตรงม้านั่งในสวนสาธารณะ แล้วคริสก็เริ่มเล่าเรื่องตลก ซึ่งก็แปลว่าในช่วงขณะนั้นเองเค้าเป็นคนที่สำคัญที่สุดใน scene ซึ่งก็ทำให้เค้าเป็น Primary Character หรือ “ตัวละครหลัก” และเมื่อคุณได้ข้อมูลนี้มาแล้ว คุณก็จะรู้ได้เลยว่าคุณควรจัดตำแหน่งอะไรยังไง การแสดงสีหน้าของคริสควรจะหันเข้าหาผู้ชม เพื่อให้คนดูเห็นได้อย่างชัดเจนใน ขณะที่เขากำลังพูด (ถ้าเป็นไปได้น่ะนะ) และโดยรวมๆแล้วท่าทางของเขาก็น่าจะใหญ่กว่า และ/หรือ เร็วกว่าท่าทางของแอนดี้กับเจย์ ซึ่งควรจะกำลังฟังเขาอยู่ในขณะนี้ ในขณะที่แอนดี้กับเจย์กำลังทำ secondary action อะไรซักอย่าง (เพราะว่าตอนนี้พวกเค้าเป็น secondary characters) บางทีแอนดี้อาจจะกำลังหอบ (เพราะเขาอ้วนกว่าอีกสองคน) และกำลังหมดเรี่ยวแรงจากการวิ่ง เพราะงั้นเค้าก็เลยอาจจะแค่นั่งหอบหายใจหนักๆ อยู่บนม้านั่ง .. นั่นอาจเป็น secondary action ของเขา ส่วนเจย์.. ผู้ซึ่งดูบึกบึนกว่า อาจจะแค่กำลังนั่งเช็ดเหงื่อออกจากคิ้วในขณะที่กำลังฟังคริสพูด

ถ้าหากว่าเจย์ไม่เริ่มถูหน้าผากอย่างบ้าคลั่ง แน่นอนว่าความสนใจของคนดูก็ไม่อยู่ที่เจย์หรอกตอนนี้ ผู้ชมอาจจะชำเลืองไปดูเจย์บ้าง แค่เพราะอยากดูปฏิกิริยาของเขาที่มีต่อเรื่องที่คริสเล่า หรือแค่สังเกตเห็นว่าเขาเหงื่อออกเยอะ แต่ก็จะกลับมาสนใจที่คริสแทบจะทันที เพราะคริสเป็นตัวละครสำคัญ และ เจย์กับแอนดี้ก็ไม่ได้ทำอะไรที่น่าสนใจพอที่จะดึงสายตาจากคนดูไว้

ดังนั้น.. จะเห็นว่า.. ตอนนั้นเองที่คุณได้ควบคุมสายตาของผู้ชมไว้ได้แล้ว คุณได้วางแผนอย่างรอบคอบ ในการจัดตำแหน่งให้คนดูมุ่งความสใจมาที่คริส

(ต่อตอน 2)

Leave a Reply

Click here to cancel reply.


Popular Posts


Recent Posts

  • สบโอกาส(จะ)ได้พบ John Cassaday สบโอกาส(จะ)ได้พบ John Cassaday
    05-18-2012
  • A Shadow of Blue A Shadow of Blue
    05-12-2012
  • ส่ง Animation ประกวด OIAF 2012 กันเถอะ ส่ง Animation ประกวด OIAF 2012 กันเถอะ
    04-16-2012

Meta

  • Log in
  • Entries RSS
  • Comments RSS
  • WordPress.org


© 2009 The Animania. All Rights Reserved
  • Home
  • Pink’s biography
  • Sitemap
  • Contact