• Home
  • About Animania
  • Authors
    • Pink ‘s Biography
  • Tips & Tricks
    • Volumn I
  • Activities
    • Training
    • Interview
  • All Posts
  • Video Clips

จงปล่อยให้ตัวประกอบเป็นตัวประกอบ (ตอนที่ 2)

(ต่อจากตอนที่ 1) ทีนี้.. สมมติว่าเจย์ตอบประโยคที่คริสเพิ่งจะพูด ตอนนี้หน้าที่ที่คุณต้องทำ คือย้ายจุดสนใจของผู้ชมจากคริสมาอยู่ที่เจย์

ประโยคพูดของเจย์ก็ดีพอที่จะช่วยเริ่มงานนี้ให้คุณ ทันทีที่เจย์เริ่มพูด คริสและเจย์ก็แลกตำแหน่งความสำคัญใน scene นี้แล้ว ตอนนี้เจย์คือจ่าฝูง แล้วคริสกลับกลายเป็น secondary character และเพราะอย่างนี้ คนดูก็มีแนวโน้มที่จะเหลือบตามามองทีเจย์พอเขาเริ่มพูด  แต่นี้เป็นช่วงเวลาสำคัญหนึ่งของ scene เลยทีเดียว ถ้าหากว่าคริสยังคงเคลื่อนไหวเยอะเหมือนตอนที่เค้ายังเป็นคนพูดอยู่.. แล้วเจย์ก็ยังนั่งปาดเหงื่ออยู่แบบเดิมเวลาที่เค้าพูดบทนั้น  คนดูส่วนใหญ่ก็จะหันกลับมามองที่คริส

ทางแก้..แน่นอน..ก็คือเปลี่ยน ให้คริสมาทำอะไรที่รองลองมาแทนที่จะทำ action ใหญ่ๆ อยู่แบบเดิม และสำหรับเจย์ก็กลับกัน ตอนนี้เจย์ควรจะลืมเรื่องเหงื่อที่ติดอยู่ที่คิ้วของเขาไปได้แล้ว แต่มาทำไม้ทำมือไปกับบทพูดของเขา หรือทำท่าอะไรที่ใหญ่กว่านั้น เช่น ถอดรองเท้าออกแล้วเอาขึ้นพาดบ่าหรืออะไรซักอย่าง ..  action อะไรที่ใหญ่พอที่จะบอกว่า “นี่ทุกคน!!.. มองมาที่ผมนี่!” เพราะว่าเขาเป็นคนพูดอยู่ เพราะฉะนั้นนี่เป็นช่วงที่ดีที่จะใส่ action ใหญ่ๆ นี้เข้าไป แต่ถ้าในขณะที่เจย์กำลังพูดแล้วคริสยืนโบกรองเท้าไปๆมาๆ แน่นอนว่าคนดูจะให้ความสนใจที่ผิดคน

ดังนั้น – ถ้าตัวละครของคุณมีบทบาทรองลงมา… จงให้เค้าทำ action ที่เล็กๆ รองลงมาเช่นกัน

ถ้าคุณต้องการให้ผู้ชมให้มองไปที่ตัวละครใดตัวละครหนึ่งก็ให้เค้าทำ action อะไรใหญ่ๆ หรือในทางกลับกัน คุณอาจทำให้เค้า “นิ่งสุด” ท่ามกลางการเคลื่อนไหวเยอะๆ ก็ได้ ไม่ว่าทางไหนก็จะดึงสายตาของผู้ชมมาอยู่ที่ตัวละครที่คุณต้องการให้พวกเขา มองในขณะนั้นได้ ประเด็นก็คือคุณต้องวางแผนและตัดสินใจอย่างรอบคอบว่าจะต้องการชี้นำให้คนดูมองอะไร

จุดสำคัญก็คือ ไม่ควรมีอะไรที่ดึงความสนใจของผู้ชมออกจากอะไรก็ตามที่คุณต้องการให้พวกเขามองอยู่ ถ้ามีตัวละครตัวหนึ่งที่เคลื่อนไหวเยอะๆ ตัวละครที่เหลือใน scene ก็น่าจะค่อนข้างสงบ เว้นแต่ว่า เนื้อเรื่องในตอนนั้นต้องการให้เห็นความโกลาหลสับสนวุ่นวายโหวกเหวก แม้กระทั่งใน scene ที่เป็นการถกประเด็นกันอย่างเผ็ดร้อน หรือ ที่ตัวละครพูดโต้ตอบกันเร็วๆ คุณก็ยังสามารถเห็นเทคนิค “ใครรอง ใครใหญ่” ที่ใช้เพื่อดึงสายคนผู้ชมให้ตามได้ตลอด scene เพื่อให้แน่ใจว่าผู้ชมไม่พลาดอารมณ์ หรือ มุข หรือ จุดสำคัญของเรื่องไป

ถ้าหากว่าคุณทำ blocking เสร็จแล้ววสังเกตเห็นว่าตัวละครของคุณกำลังแย่ง scene กันเองอยู่ไปมา มันชี้ให้เห็นว่ามีบางอย่างผิดเกี่ยวกับการ block ของคุณ ทางแก้ก็แค่ลองกลับไปปรับ action ของตัวละครรองให้เบาลงในเวลาที่ตัวละครอื่นเป็น primary character

นี่มันชักจะยาวแล้วนะเนี่ย (โทษทีนะ..ผมทำแบบรนี้เรื่อยเลย) แต่ผมอยากจะลองพูดถึงวิธีอื่นๆ ที่คุณสามารถดึงสายตาของผู้ชมไปได้ด้วย

1 ทิศทางการมอง (Eye Direction) ถ้าตัวละคร 5 ตัวมองไปยังตัวละครตัวที่ 6 ผู้ชมทุกคนก็จะมองไปที่ตัวละครตัวที่ 6 ด้วยเช่นกัน หรือ ถ้าตัวละครมองไปที่ด้านซ้ายของจอ พวกเราก็จะมองไปที่ด้านซ้ายของจอด้วย โดยรอว่าอะไรหรือใครก็ตามที่ตัวละครมองอยู่กำลังจะเปิดเผยตัวออกมาให้เรา เห็น ในการทำแบบนี้..คุณกำลังใช้ทิศทางการมอง (Eye Direction) และการเคลื่อนไหวของลูกตาของตัวละครในการนำสายตาของผู้ชมไปยังส่วนต่างๆ ของเฟรม

2 Anticipation เรื่องนี้เรื่องใหญ่มากแล้วก็เขียนยาวได้เป็นอีกบทความนึงเลยทีเดียว แต่โดยพื้นฐานแล้ว คุณสามารถใช้ anticipation ของตัวละครในการนำสายตาผู้ชมได้เช่นกัน วิธีหนึ่งที่ใช้เวลากับ scene ที่มีตัวละครมากกว่าหนึ่งตัว ก็คือ ให้ตัวละครที่เป็นผู้ฟังและกำลังจะพูดเป็นคน anticipate และแสดงท่าทางตอบสนอง ตัวอย่างเช่น สมมติว่าแอนดี้กำลังพูดเกี่ยวกับว่าเหนื่อยขนาดไหนที่ต้องมาวิ่งและอยากจะ เลิกวิ่งไปซะให้รู้แล้วรู้รอด แล้วเจย์ผู้บึกบึนมีมาดนักกีฬาไม่เห็นด้วย บางทีประมาณ 3 วินาทีก่อนที่แอนดี้จะพูดจบ เจย์ก็เริ่มจะส่ายหน้า (เพิ่งแสดงอาการไม่เห็นด้วย) กิริยาการส่วยหน้านี้ไม่เพียงแต่เป็นตัวนำที่ดีไปยังประโยคที่เจย์กำลังจะ พูดแต่ยังเป็นวิธีที่ดีที่จะพาสายตาของคนดูให้เปลี่ยนจากแอนดี้มาอยู่ที่เจย์ ทำให้ตอนที่เจย์เริ่มพูดสายตาของคนดูหันมาอยู่ที่เจย์รียบร้อยแล้ว

3 ความแตกต่าง (contrast) วิธีนี้เล่นกับแนวคิดเรื่อง primary/secondary แต่เพื่อที่จะทำให้ชัดขึ้น ผมว่าคุณจะนึกออกง่ายขึ้นถ้านึกถึง “ความแตกต่าง” เช่นว่าถ้าคุณมีตัวละคร 5 ตัวเต้นรำไปมาอยู่รอบๆ ห้อง แต่มีอยู่หนึ่งที่ยืนเฉยๆ แน่นอนว่าพวกเราก็จะมองไปที่คนที่ยืนเฉยๆ อย่างน้อยก็จนว่าเราจะเบื่อที่จะมองคนนี้แหละ แต่ถ้าคุณมีตัวละคร 5 ตัวที่ยืนเฉยๆ แล้วมีอยู่หนึ่งที่เต้นไปมา ก็รู้อยู่แล้วว่าพวกเราต้องมองคนไหน .. คนที่เต้นใช่มั้ยล่ะ! ประเด็นที่ผมจะบอก็คือ การทำให้ตัวละครตัวไหนเป็น primary ไม่ได้จำเป็นเสมอไปที่คุณต้องทำให้เค้าทำ action ใหญ่ๆ เยอะๆ (ถึงแม้ว่าปกติแล้วจะเป็นแบบนั้นก็เถอะ) แต่จริงๆ มันอยู่ที่แค่ว่าตัวละครตัวนั้นทำส่วนที่แตกต่างจากตัวละครอื่นๆ และสิ่งแวดล้อมของเขา … และต้องแตกต่างมากพอ ที่จะทำให้คนหันไปมอง

4 องค์ประกอบภาพ (composition) แน่นอนอีกเช่นกันว่านี่สามารถเขียนได้อีกบทความนึงเลย และก็แน่นอนว่านี่เป็นปัจจัยในการดึงสายตาผู้ชม ตำแหน่งที่คุณเลือกวางตัวละครของคุณไม่เพียงแต่สามารถให้ข้อมูลในด้าน สถานภาพของตัวละครและอารมณ์ แต่มีแนวโน้มว่ายังสามารถดึงความสนใจจากผู้ชมในขณะนั้นด้วย

เอาล่ะ นี่ก็เป็นเครื่องมือบางประการที่ช่วยให้คุณจัดการกับงาน animation ถ้าหากว่ามีตัวละครมากกว่า 1 ตัวใน scene ซึ่งบางทีมันก็เป็นเรื่องง่ายมากเลยที่งานนี้กลายเป็นงานที่ชวนสับสน แล้วจบลงด้วยกลุ่มของอะไรๆ เยอะแยะมารวมๆกัน

จำไว้นะว่า มี scene ที่สนุกน้อยหน่อยแต่สื่อสารได้ชัดเจนซะยังจะดีกว่ามี scene ที่มีการเคลื่อนไหวเยอะแยะแต่ชวนสับสน

เป้าหมาย..แน่นอน… คือการไปถึงจุดใดจุดหนึ่งประมาณว่า… อะไรที่ดูน่าสนใจ น่าสนุก และสื่อสารเนื้อเรื่องได้ตรงประเด็น มี action ที่อ่านได้ง่าย และคนดูสามารถเข้าใจอารมณ์ของตัวละครได้

โชคดี มีสนุก!! ทำ 3D animation กันนะครับ !!

Leave a Reply

Click here to cancel reply.


Popular Posts

  • ส่ง Animation ประกวด OIAF 2012 กันเถอะ ส่ง Animation ประกวด OIAF 2012 กันเถอะ
    04-16-2012
  • มาแล้ว..จะไปแล้ว!!?!? มาแล้ว..จะไปแล้ว!!?!?
    06-24-2011
  • Animate ให้ไว .. อย่าเพิ่งใส่ใจ Animate ให้ไว .. อย่าเพิ่งใส่ใจ "ขา"
    07-4-2011
  • แฉคลิ๊บ(ไม่)ลับของ แฉคลิ๊บ(ไม่)ลับของ "หนู"!!!
    07-20-2011


Recent Posts

  • สบโอกาส(จะ)ได้พบ John Cassaday สบโอกาส(จะ)ได้พบ John Cassaday
    05-18-2012
  • A Shadow of Blue A Shadow of Blue
    05-12-2012
  • ส่ง Animation ประกวด OIAF 2012 กันเถอะ ส่ง Animation ประกวด OIAF 2012 กันเถอะ
    04-16-2012

Meta

  • Register
  • Log in
  • Entries RSS
  • Comments RSS
  • WordPress.org


© 2009 The Animania. All Rights Reserved
  • Home
  • Pink’s biography
  • Sitemap
  • Contact