รู้จักกับ Animation Program สุดฮิต
Animation Program ไหนดีน๊า
พูดถึงซอฟท์แวร์สำหรับทำ 3D Animation แล้ว… เพื่อนๆหลายคนๆที่เพิ่งเริ่มเข้าสู่วงการ หรืออาจจะเพิ่งเริ่มสนใจงานด้าน Computer Animation อาจจะตัดสินใจไม่ถูกว่าจะเลือกใช้ “Animation Software” ตัวไหนดี
พูดถึงเรื่อง “ซื้อ” ซอฟ์ทแวร์แล้ว ต้องยอมรับอย่างหน้าไม่อาย ว่าไม่ค่อยจะประเด็นสำคัญสำหรับเด็กสามดีบ้านเรา ไม่ใช่เพราะรวยล้นฟ้าจนซื้อได้ไม่เกียงราคาหรอกนะ แต่ก็รู้ๆกันอยู่ว่าไม่ว่าจะห้ามปรามหรือรณรงค์กันแค่ไหน ยังไง๊เราๆท่านๆก็หวลหาขวนขวายของเถื่อนอยู่ดี เพราะงั้น ราคาของโปรแกรมคงไม่ใช่ปัจจัยในการตัดสินใจซื้อหรือเลือกใช้ 3D Software ของคนไทย เพราะจะยังไงมันก็ไม่เกินร้อยสองร้อยบาทพอๆ กันหมดอยู่ดี
ถ้างั้นเอาปัจจัยอะไรใรการเลือกซื้อ หรือ เลือกใช้ Animation Program ดีล่ะ เพราะลองไปถามใคร.. ส่วนใหญ่ก็จะบอกถึงข้อดีข้อเสียของ software ตัวที่ตัวเองใช้อยู่ ซึ่งเอาเข้าจริงทุกโปรแกรมก็มีข้อเด่น ข้อด้อยของตัวเองกันทั้งนั้น ถ้ายังงั้น .. ในที่นี้ก็จะขอเลือกแนะนำให้รู้จักกับโปรแกรมเด่นๆดังๆที่นิยมใช้สำหรับทำ 3D Animation มาให้เพื่อนๆรู้จักกันก่อนละกันนะ

1. Autodesk Maya (คนไทยนิยมเรียกติดปากว่า “โปรแกรมมายา” – Program Maya) เป็นหนึ่งใน Animation Software ที่ท๊อปฮิตติดลมบนนิยมมากที่สุดโปรแกรมนึงในขณะนี้ “มายา”ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อทำงานระดับHigh-end แบบพวกโปรดักชั่นหนังใหญ่ๆ หรือ สตูดิโอที่รับทำกราฟฟิกหรือAnimationระดับสุดเนียน Mayaนับเป็นหนึ่งในโปรแกรมสามมิติที่ได้ชื่อว่าคุ้มราคามากที่สุด และไม่ว่าจะมองในแง่ของฟังก์ชั่นการใช้งาน หรือคุณภาพของงานที่ได้ออกมา Maya ก็นับเป็นโปรแกรม3Dระดับเทพที่หาคู่แข่งได้ยาก เพราะไม่ว่าจะเป็นการใช้งานด้านการแอนิเมท หรือ การเรนเดอร์ รับประกันว่าได้ชิ้นงานระดับโปร โดยเฉพาะถ้าอยู่ในมือของเซียนแล้วละก็…แจ่ม! ลักษณะงานที่ไม่เหมาะกับการใช้ Program Maya คือ งานพวก graphic design สำหรับสิ่งพิมพ์ เพราะจะกลายเป็นการทำเรื่องง่ายด้วยวิธียากๆซะเปล่าๆ แต่นอกเหนือจากนี้แล้ว Maya เอาอยู่แน่นอน และโดยส่วนตัวเชื่อว่า Maya เป็นหนึ่งในโปรแกรม3มิติที่น่าเรียนสำหรับมือใหม่หัดแอนิเมท เพราะจากประสิทธิภาพของซอฟ์ทแวร์และความเป็นที่นิยม…ยังไงซะรู้ไว้ก็ไม่เสียเปล่าแน่ๆ
ตัวอย่างงานที่ผลิตด้วย Autodesk Maya: Spider-Man, Star Wars, Episode II: Attack of the Clones, The Lord of the Rings: The Two Towers, The Lord of the Rings: The Fellowship of the Ring, Gladiator, The Matrix, The Hulk, Terminator 3: Rise of the Machines, Resident Evil: Degeneration, Ice Age, Monsters Vs. Aliens, Madagascar 2, Kung Fu Panda, Over The Hedge, Madagascar, Shrek, รวมถึง animation ที่ผลิตโดย Dreamworks

2. 3D Studio Max ทรีดี สตูดิโอ แมกซ์ เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายในวงการ 3D มาพักใหญ่ๆแล้ว มีกลุ่มผู้ใช้หลักอยู่ในวงการสร้างโมเดลสำหรับสถาปัตยกรรม และการสร้างแบบจำลองสถานที่ รวมถึงเป็นบทบาทหลักของการพัฒนาวงการเกม 3 มิติ ทรีดีแมกซ์ไม่ได้สร้างเวอร์ชั่นที่สามารถ run บน Macintosh ได้ เพราะฉะนั้นผู้ที่ต้องการใช้งานโปรแกรม 3D Max นี้ต้องลง Microsoft Window เท่านั้น ผู้ที่ใช้งาน 3D Studio Max ส่วนใหญ่จะถูกใจที่ออพชั่นครบครันกับ plug-in หลากหลายให้เลือกใช้ อย่างเช่นว่า 3D Studio Max นี้เป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์สามมิติโปรแกรมแรกที่สามารถ export ไปใช้กับ flash ได้โดยตรง ซึ่งก็เป็นผลมาจากการพัฒนา plug in เจ๋งๆนี่เอง
ตัวอย่างงานที่ผลิตด้วย 3D Studio Max: 2012, Alice in Wonderland, Blade: Trinity, Cats & Dogs, Die Another Day, Final Destination 2, Ghost in the Shell 2: Innocence, Hellboy, Iron Man, Lara Croft: Tomb Raider, Minority Report, Mission: Impossible II, Sin City, Shutter Island (film), Speed, Star Wars: Episode III Revenge of the Sith, The Italian Job, The Last Samurai, The Matrix Reloaded, The Mummy, X-Men, X-Men 2, X-Men: The Last Stand

3. Lightwave 3D ไลท์เวฟเป็นโ Animation Program ระดับhigh-endจากค่าย Newtek มีทั้งเวอร์ชั่นที่ run บน Mac และ PC ตัว program Lightwave เมื่อก่อนจะมาเป็นสองส่วน คือส่วน Modeller และส่วน Layout แต่ปัจจุบันอย่างเวอร์ชั่นล่าสุดคือ Lightwave 10 ก็ได้รวมทั้งสองส่วนไว้ในโปรแกรมเดียวกันแล้ว แถมเวอร์ชั่นใหม่นี้เค้ายังบอกว่ามีฟังก์ชั่น Viewport Preview Rendering (VPR) and CG hardware enhancement ซึ่งทำให้ผู้ใช้งานเห็นการเปลี่นนแปลงที่เกินขึ้นกับซีนแบบ realtime (ซึ่งผู้ใช้งานหลายๆคนก็ยอมรับอย่างนึงว่าจุดเด่นของโปรแกรมนี้อยู่ที่เรื่องการเรนเดอร์) จุดอ่อนของ Animation Software ตัวนี้อาจจะอยู่ที่หน้าตาของมัน (interface) โดยเฉพาะผู้ที่ run Lightwave บน Mac ก็อาจจะบ่นนิดหน่อยว่าระบบเมนูคำสั่งเหมือนการใช้ Unix แถมต้องระวังเรื่องระบบการจัดเก็บไฟล์ เพราะถ้าไม่ได้ set project directory ไว้ให้ถูกต้องก็มักจะประสบปัญหาโปรแกรมสับสนเรื่องการค้นหาและจัดเก็บไฟล์งาน โดยสรุป…จุดแข็งของ Lightwave ที่เป็นที่ยอมรับโดยวงกว้างคือเรื่องการเรนเดอร์ (render) แต่ถ้าพูดถึงเรื่องการแอนิเมทแล้วอาจไม่เท่า Maya
ตัวอย่างงานที่ผลิตด้วย Lightwave 3D: Jurassic, Babylon 5, Battlestar Galactica, Children of Dune, Dune, Jimmy Neutron: Boy Genius, The Adventures of Jimmy Neutron: Boy, Lost, Stargate SG-1, Star Trek: Enterprise, Star Trek: Voyager, Titanic, The X-Files, Pan’s Labyrinth, Avatar, Finding Nemo, 24, 300, Iron Man

4. Softimage XSI (บางครั้งเรียกย่อๆว่า “XSI”) คนไทยหลายๆคนงงๆกับชื่อ 3D Software นี้ พอเวลาไปซื้อก็แอบขมุบขมิบบอกคนขายไปเร็วๆเพราะไม่แน่ใจว่าอ่านถูกรึเปล่า ดังนั้นข้าพเจ้าเลยอาสาไปหาข้อมูลมา ได้ความว่า… Softimage อ่านว่า ซอฟท์-อิม-มาจ (ที่อ่านว่า “อิม-มาจ” ไม่ใช่ “อิม-เมจ” เพราะว่ามันมาจากภาษาฝรั่งเศษนะ) ฝรั่งบางคนก็เรียกรวบๆคำว่า “ซอฟ-ทิม-มาจ” เป็นหนึ่งใน Animation Program หลักๆ รุ่นบุกเบิกนับแต่ที่มีการผลิต 3D software Softimage ปัจจุบันเป็นของค่าย Autodesk (ก่อนหน้านี้เป็นของ Avid) 3D Program นี้ยังคงพัฒนาจุดแข็งของตัวเองในด้าน Modeling และ Rendering ต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง นอกจากนี้ยังได้พัฒนาระบบด้านอื่นๆของตัวเองจนนับเป็น software ระดับ High-end อีกตัวหนึ่ง Softimage มีหลายเวอร์ชั่นให้เลือกซื้อแล้วแต่ความซับซ้อนของงาน มี add-on และ plug-in หลากหลายให้ผู้ใช่เลือกซื้อให้เหมาะกับลักษณะงานที่ต้องการ
ตัวอย่างงานที่ผลิตด้วย Softimage XSI: 300, Charlotte’s Web, M&M’s commercials, Pocoyo, Sin City, Transformers, District 9, Devil May Cry 4, Final Fantasy 13, Genji: Dawn of the Samurai, Half-Life 2, Lost Planet, Metal Gear Solid 3, Metal Gear Solid 4, Ninja Gaiden 2, Prince of Persia: The Two Thrones, Resident Evil 4, Resident Evil 5, Street Fighter IV

5. Cinema 4D เป็น Animation Software จากค่าย Maxon เวลามาก็จะเป็นโปรแกรมหลัก 1 ตัวพร้อมๆกับ add-on หลายๆตัว โปรแกรมนี้ run ได้ทั้งบน Mac และ PC จุดเด่นของ 3D software ตัวนี้อยู่ที่หน้าตาการใช้งาน (interface) ที่สามารถปรับแต่งได้ตามความสะดวกและตามความชอบใจของผู้ใช้ รวมถึงสามารถสวิทช์ระหว่างโหมด Modeling, animation และ Painting Layouts ได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ Cinema 4D ยังมีเครื่องมือ (Tools) สำหรับการปั้นโมเดล (Modeling) ที่เยี่ยมยอด (แต่ก็มีผู้ใช้บางคนบ่นว่าเวลาเรนเดอร์ออกมาแล้ววัสดุดูเงาวิ๊งเกินไปจนไม่เหมือนจริง) แต่อย่างไรก็ดี 3D Software ตัวนี้ก็ได้ชื่อว่าเรนเดอร์เร็วที่สุดตัวหนึ่ง แม้ว่าจะเป็นการเรนเดอร์แบบคุณภาพดีที่สุดก็ยังเร็วมากเมื่อเทียบกับ 3D Programอแล้ว ข้อดีอีกอย่างของ Cinema 4D ก็คือ เวลาซื้อมีหลายราคาให้เลือกแล้วแต่ Package ที่เราจะใช้ สนนราคาก็มีตั้งแต่ค่อนข้างถูกจนถึงแพงมากๆ ซึ่งถ้าหากศึกษาและใช้เวลาเลือกดูซักหน่อย เราก็อาจไม่ต้องจ่ายเงินซื้อส่วนที่เราไม่ได้ใช้ แล้วก็เสียตังค์ซื้อเฉพาะส่วนที่เราจะใช้
ตัวอย่างงานที่ผลิตด้วย Cinema 4D: Surf’s Up, Spider-Man 3, Monster House, War of the Worlds, Chronicles of Narnia, Inception, Van Helsing, The Polar Express, Open Season
ตอนนี้เพื่อนๆก็ได้รู้จักชื่อแล้วก็คุณสมบัติคร่าวๆของแต่ละโปรแกรมกันแล้ว ถ้าหากใครเห็นด้วยไม่เห็นด้วยยังไง หรือมีข้อมูลอะไรที่อยากจะแบ่งปันเพิ่มเติมก็ยินดีเลย คราวหน้าจะมาเล่าแบบลงรายละเอียดเจาะลึกอีกนิดถึงคุณสมบติเด่นๆของ Animation Program แต่ละตัวละกันน๊า สำหรับครั้งนี้… บ๋ายบายก่อนจ้า
หมายเหตุ: อย่าเพิ่งสงสัยถ้าเห็นผลงานชิ้นเดียวกันถูกผลิตด้วยซอฟท์แวร์หลายตัว โดยปกติแล้วผู้ผลิตนิยมใช้หลายโปรแกรมมาทำงานร่วมกันเพื่อดึงเอาข้อดี-จุดแข็งของแต่ละ software มาใช้
ขอบคุณข้อมูลจาก Design Talk Board, Autodesk และ Newtek Lightwave











ดี ๆ เรามัวแต่ขลุกอยู่กับมายา ไม่ค่อยได้รู้อันอื่น ได้ประโยชน์ดีทีเดียว …แต่โปรแกรมดี ๆ เกินครึ่ง โดน autodesk ฮุบไปซะหมดละ – -”