“สรรเพชญ์” หนุ่มไทยใน Lucas Film (ตอนที่ 2)
จากคนวงการ 3D Animation ไทย… ก้าวใหญ่ๆ สู่ Lucas Film
กลับมาอีกครั้งกับ The Animania Interview เดือนกุมภา… ไม่ให้ชาว The Animania ต้องอดใจรอภาค 2 นานเลยรีบเอามาขึ้นต่อ (จริงๆ สำนึกผิดที่ปล่อยให้รอจนสิ้นเดือน นีี่ยังโชคดีที่กุมภาปีนี้มี 28 วัน… ไม่งั้นล่ะคุณเอ๊ยยย… ป่านนี้เป็นเดือนมีนาไปแร้ววว >_<’ ) เอ่อออ… คนวงการ 3D Animation ออกจะงานยุ่ง ออกจะจ๊อบเยอะ ไม่มีเวลามาคิดเรื่องจุกจิกแบบนี้หรอกเน้อ… แถมเด็กวงการนี้ออกจะใจดี หน้าตาก็ดี เรื่องแค่นี้ไม่ว่ากันอยู่แ้ล้ว… รีบไปเ้ข้าเรื่องต่อเลยละกันเน้อออ …
ครั้งที่แล้วคุณสรรได้ของพวกเราได้พูดถึงเรื่อง RenderMan ขึ้นมา คนไม่รู้แทคนิคอย่างเราก็เริ่มจะเกาหัว… RenderManได้ยินชื่อมาก็นาน ขอแอบถามหน่อยเถอะว่ามันดียังไง? ทำไมดังจัง?… ไม่ผิดหวัง… ถามปุ๊บได้คำตอบอย่างกระจ่างมาเลยว่า RenderMan มันไม่ใช่แค่ Software ที่ช่วยให้ Render เร็ว แต่มันถูกสร้างมาเพื่อ render scene หนักๆ ใหญ่ๆ ที่บางที Maya หรือ 3D Studio Max ไม่ใช่แค่ Renderไม่ได้ แต่เปิดไม่ขึ้นเลยด้วยซ้ำ
“อย่างเช่นว่า เรามีเกาะทั้งเกาะที่มี Geometry ต้นไม้เป็นหมื่นต้น แน่นอนว่า Render ทั่วไปก็ Renderไม่ออก คิดดูว่าเครื่องสมัยก่อน ram นิดเดียวแต่ Renderไดโนเสาร์ Jurassic Park ได้ ก็เพราะเค้าใช้ RenderMan นี่แหละ คือมันถูกออกแบบมาเพื่อทำงานหนักๆ อย่างนั้นจริงๆ”
แล้วคุณสรรก็เล่าเสริม ว่า RenderMan ที่ปัจจุบันเราเห็นว่าเป็นของ Pixar จริงๆ แล้วมันมีประวัติที่ซับซ้อนกว่านั้น เพราะที่จริงแล้วทีม software engineer ที่พัฒนา RenderMan นั้นแต่เดิมเป็มทีม Computer Graphic ของ ILM ที่อยากทำการ์ตูน 3D Animation แต่เนื่องจาก Gorge Lucas เค้าไม่อยากทำ จริงๆ เค้าอยากทำหนัง-ทำ Computer Graphic เพื่อใช้กับหนัง เค้าจึง ขาย RenderManและทีมพัฒนา software นี้ไปให้กับ Steve Job
“แต่เอาเข้าจริงตอนนี้ใน ILM ก็ใช้ RenderManอยู่นะ <หัวเราะ> แต่จะมองว่าไม่น่าขายมันก็ไม่เชิง เพราะว่ามันก็ไม่ใช่แนวเค้า เค้าไม่ไอ้ยากทำการ์ตูน 3D Animation แนวนั้น เพราะงั้นอยู่ในมือเค้า เค้าก็บริหารไม่เป็น ไม่ถนัด”
แวะไปถามเรื่อง Software RenderMan แป๊บนึงได้ความรู้มาเพียบ..พร้อมประวัติอีกต่างหาก… วกกลับมาเรื่องการทำงานของคุณสรรซักหน่อยว่า… เป็นอาจารย์อยู่ดีๆ ทำไมถึงออกมาทำงานในวงการ 3D Animation?
“คือเป็นอาจารย์นี่เป็นมาตลอดนะครับ ไม่เคยหยุดเป็นอาจารย์เลยครับ ผมสอนเสาร์-อาทิตย์มาตลอดจนถึง 2 อาทิตย์ก่อนไป Lucas ก็ยังสอนที่ 3Dcreate อยู่เลย” <หัวเราะ>
“ผมป็น freelance ครับ เมื่อ 4-5 ปีก่อนที่ผมเข้าไปทำที่วิธิตาปีนึง แต่แค่โปรเจคเดียวไม่ได้อยู่ประจำ ต่อมาพี่จั๊กที่เป็นเจ้าของ The Monk เค้าเพิ่งกลับมาแล้วเค้ามาเห็น Web ของผมที่สอนเกี่ยวกับ RenderMan กับ Maya แต่ตอนนี้ปิดไปแล้วนะ ตอนนั้นพี่เค้าก็เมลมาหาผมให้มา train เด็กใน The Monk เกี่ยวกับ RenderMan ตั้งแต่นั้นมาผมก็อยู่ The Monk เริ่มตั้งแต่เพิ่งเปิดเลย มีแค่ 7-8 คน ผมทำตำแหน่ง Technical Director and Lead Pipeline Programmer พูดง่ายๆ ก็ ดูเบื้องหลังทางเทคนิคทุกอย่างที่เกิดขึ้นใน Studio .. ทุกอย่างที่ Artist บอกว่าอยากทำแบบนี้ทำยังไง ผมก็จะไปหาวิธีทำแล้วก็มาสอนเค้าอีกที สมมติจะทำกล้ามเนื้อเหมือนจริงก็ต้อง research ก่อนจะเริ่มปั้น จะได้ดูว่าต้องปั้นต่างจากปกติยังไงมั้ย แล้วก็ประมวลวิธีทำไปสอน Artist”
ในฐานะที่รู้เรื่อง Software เยอะแยะมามายขนาดนี้ ถ้ามีเด็กใหม่มาให้แนะนำว่าอยากเลือกเรียน Animation Program ซักตัว คุณสรรจะแนะนำ…
“Maya เลยครับ ไม่ต้องคิดมาก แล้วการที่ Autodesk ซื้อทุกโปรแกรมมาหมดไม่ได้ทำให้ซอฟ์ทแวร์มันคล้ายกันนะครับ อย่าง Maya 2011 กับ 3D Studio Max 2011 แค่เปลี่ยนมาใช้ Framework QT เดียวกัน คือโทนสีหน้าตาเทาเข้มๆ เหมือนกันแค่นั้น <หัวเราะ> นอกนั้นไม่เหมือนกันครับ”
มาถึงก้าวใหญ่สำคัญในชีวิตอีกครั้งของคุณสรร ซึ่งก็เป็นคำถามที่ชาววงการ 3D Animation ไทยคงตั้งตารอกันจดจ่ออยู่แล้วว่า หนุ่มไทยคนนี้ไปทำงานที่ Lucas Film ได้ยังไง คุณสรรเองเลยเล่าเท้าความย้อนไปถึงเมื่อปี 2008 ที่ได้มีโอกาสไปงาน Siggraph Asia ที่ Singapore และครั้งนั้นเองที่คุณสรร และตัดสินใจส่ง resume ไปสมัครงานไปด้วยแค่เพราะความอยากรู้…
“ผมไม่ได้ส่ง Demo Reel ด้วยซ้ำครับ ส่งไปแค่ Resume อย่างเดียวเลย แล้วเมื่อเดือน พย. ปีที่แล้วก็มี email มาที่ yahoo ซึ่งปกติผมก็ไม่เช็คเมลนี้เลยนะ วันนั้นก็เออ..เช็คหน่อยก็ดี เผื่อใครเค้าส่งรูปโป๊มาให้อีกรึเปล่า <หัวเราะ> พอดีมีนักเรียนเก่าผมคนนึงเค้าชอบส่งรูปโป๊มาให้ดู <หัวเราะ> มาทีมาเป็นร้อยใบ ผมก็ต้องคอยมา save all เอ้ยย delete all <หัวเราะ> ผมก็ junk ๆๆๆๆ ไปเรื่อยๆ พอมาเจออันนี้.. ก็เอ้ยยย spam แหงๆ โฆษณา ต้มตุ๋นชัวร์เลย เค้าก็เขียนว่า อยากสัมภาษณ์ขอเบอร์โทรหน่อย เพื่อจะได้คุยเรื่องตำแหน่งงานที่คุณสมัครมา ผมก็เลยให้เบอร์โทรไปกะว่าให้ไปไมเป็นไร…เบอร์เติมเงิน <หัวเราะ> พอให้ไปปุ๊บวันรุ่งขึ้นเค้าก็โทรมาเลย ก็บอกว่า อยากสัมภาษณ์ตำแหน่ง ATD ผมก็ไม่รู้จัก ผมก็ถามเค้าว่าคือไรครับ <หัวเราะ> เค้าก็บอกว่า Assistance Technical Director คือเป็นเด็กวิ่งช่วยแก้ปัญหาด้านเทคนิค เวลา Artist มีปัญหาด้านเทคนิคปั๊บ ATD ก็เข้าไปช่วยแก้ อะไรแบบนี้ ผมก็งงๆ เอ่อ…สัมภาษณ์แหรอ งั้นขออาทิตย์นึงนะ คือผมต้องไปทำ passport ก่อนไง <หัวเราะ> เค้าก็บอกอาทิตย์นึงก็ได้ไม่มีปัญหา ผมก็ไปทำ..เสร็จอีกอาทิตย์นึงเค้าก็โทรมา แล้วเค้าก็บอกว่า..เอ่อ สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ไม่ต้องมาที่นี่ <หัวเราะ> ผมก็…อ้าว..ถ้าทางโทรศัทพ์พรุ่งนี้ก็ได้เลย (แต่ผมก็ไปทำ Passport มาแล้วอ่ะนะ <หัวเราะ>) วันรุ่งขึ้นเค้าก็โทรมาสัมภาษณ์ ก็มีรุมสัมภาณ์ผม 5-6 คนทางโทรศัพท์ เป็น conference ไม่ถึงกับ skype เห็นหน้านะครับ แค่โทรเฉยๆ แต่พอผมไปถึงจริงๆ เค้าก็โชว์ให้ผมดูว่านี่ ห้องนี้ที่ใช้สัมภาษณ์คุณ เป็นห้อง conference มีไมค์ตรงกลางแล้วเค้าก็นั่งสัมภาษณ์ แล้วก็ได้ยินเสียงเราพูด”
คุยอะไรกัน น่ากลัวมั้ย?
“ตอนแรกเค้าก็ให้เล่าประวัติว่าทำไรมาบ้าง ปัจจุบันทำไร สนใจด้านไหนเป็นพิเศษ อยากทำอะไร พอผมเล่าเสร็จเค้าก็บอกว่าจริงๆคุณไม่ค่อยเหมาะกับ ATD นะ คุณ over qualify เค้าก็บอกว่าประวัติการทำงานมันยเยอะไป ปกติเค้ารับเด็กใหม่ คุณทำมาเป็น 10 ปีแล้ว ทำ pipeline มาตลอด เดี๋ยวไว้สัมภาษณ์อีกทีละกัน เป็นอีกตำแหน่งนึง เป็น production engineer แล้วก็นัดสัมภาษณ์อีกวันนึง แล้วซักอีกสองวันเค้าก็โทรมา ครั้งนี้เปลี่ยนเป็นอีกกลุ่มนึง มีฝั่งเมกามาด้วยเพราะว่า production engineer ต้องเขียน program กับทางฝั่งเมกา เค้าก็ถามลึกเลยทีนี้ software ทำอะไรมาบ้าง ใช้ภาษาอะไรมาบ้าง โจทย์เป็นแบบนี้คุณจะทำยังไง ประมาณนี้ครับ สัมภาษณ์ประมาณ 45 นาที แบบถามเจาะเทคนิคเลย ผมก็ตอบว่าใช้ algorithm โน้นนี้ไป เค้าก็เข้าใจ ก็คุยไม่ยาก แล้ววันต่อมาคนที่เป็น recruit เค้าก็โทรมาขอดู script หรือ code ที่ผมเคยเขียน ผมก็ส่งไป 4-5 files วันต่อมาเค้าก็ ok! Congratulations! แต่พูดตรงๆ ตอนได้ก็งงๆ ครับ เฉยๆ อึ้งๆอยู่ ตกลง spam ป่าว <หัวเราะ> ทำไมเนียน <หัวเราะ> … คือ จริงๆ ก็ไม่ได้รู้สึกอะไรมากเพราะอายุด้วยมั้งครับ มันไม่ตื่นเต้นแล้ว ก็ไม่อะไรมาก”
และเมื่อถามถึงบรรยากาศในการทำงาน คุณสรรเล่าว่ามีเพื่อนร่วมงานมาจากทั่วโลก มีที่เป็นชาวสิงค์โปรจริงๆ แค่ประมาณ 30% และสิ่งหนึ่งที่สัมผัสได้คือ หลายๆคน โดยเฉพาะ artist จะค่อนข้างมั่นใจว่าตัวเองเก่ง… เพราะงั้นแต่ละคนจะซีเรียสกับงานตัวเอง ถ้าหากใครได้รับ feedback ที่ไม่ค่อยดีก็จะค่อนข้างเครียดเลยทีเดียว นอกจากนั้น คุณสรรยังเล่าเสริมถึงลักษณะการแบ่งแผนกของ Lucas Film Singapore ในปัจจุบันให้เราฟังอีกด้วย
“ที่ Lucas Film Singapore เค้าแบ่งเป็น 3 ส่วนครับ จะมี Lucas Arts ทำ Game, Lucas Animation ทำ Clone War Series ฉายที่เมกา, มี ILM ทำ effect ตอนนี้กำลังทำ transformer 3 อยู่ แล้วมีอีกอันนึงที่เป็นแผนกใหม่ทำ feature animation ซึ่งงกำลังทำ feature เรื่องใหม่อยู่ยังบอกชื่อไม่ได้เดี๋ยวโดนไล่ออก <หัวเราะ>”
“ที่มาก็คือว่า Lucas วางแผนจะทำ feature 3D animation มาตั้แต่ช่วงปี 2000 แล้ว แต่ด้วยความไม่ลงตัวหลายๆอย่างก็ไม่ได้ทำ จนช่วงปี 2004-2005 ตัดสินใจมาเปิดที่ สิงคโปร์ ก็เพื่อทำ 3D animation โดยเฉพาะ จอร์จ ลูคัส บอกว่าให้ทำ TV Series ก่อน..ง่ายกว่า หลังจากนั้นซักพักพอดีผู้กำกับ Pirate of the Caribbean เสนอโปรเจค Rango มาที่ ILM .. ด้วยความสนิทกันส่วนตัว ILM เลยเอามาทำ กะว่าจะได้เรียนรู้เรื่องการทำ feature animation ด้วย Rango ก็เลยทำที่สิงคโปร์เป็นส่วนใหญ่เพื่อเป็นการสร้างให้ที่นี่เป็น feature animation studio หลังงาน Rango ภายใน ILM เองก็มีการคุยกันถึงปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้น และแนวทางแก้ไข มีการริเริ่ม pipeline แนวใหม่ๆที่จะเอามาใช้กับ feature animation เรื่องใหม่ตั้งแต่ปีที่แล้ว ก็คือส่วนของผมนี่แหละ ก็มีผมกับอีกแค่ 2 คน ซึ่งเป็น senior สุด คือแก่สุดอ่ะนะ <หัวเราะ> ก็มี 3 คน มาทำ feature animation เรื่องใหม่”
หนุ่มอารมณ์ดีของเรา เล่าพลาง ปล่อยมุขพลาง แต่อย่างที่เห็นว่างานนี้คุ้มค่าการรอคอย… ก็ถามอะไรไปคนเก่งของเราเค้ารู้ลึก รู้จริง ขนาดนี้… แต่ทว่า… งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา… ทั้งๆที่กำลังมัน..กำลังเพลิน… ก็จะต้องขอหยุดซะหน่อย ไม่งั้นมันจะยาวเกิ๊นนน… ยังไงเอาไว้ต่อคราวหน้าละกันนะจ๊ะ… เอ่อออ…อย่าเพิ่งทำหน้าเซ็งสิ.. คนวงการ 3D Animation ออกจะงานยุ่ง ออกจะจ๊อบเยอะ ไม่มีเวลามาหงุดหงิกกะเรื่องกระจุ๊กกระจิ๊กแบบนี้หรอกเน้อ… แถม แฟนๆ The Animania แต่ละคนก็ออกจะใจดี หน้าตาก็ดี เรื่องแค่นี้ไม่ว่ากันอยู่แ้ล้ว… ห๊ะ??!!? ซ้ำเหรอ??!?… มุขนี้ใช้ไปแล้วตอนต้นเหรอ??!!… เอ่อ… งั้น… แค่นี้นะ … <แชว๊บบบบบ>












หวัดดีครับ
ชอบจังตรงที่ตอบว่า RenderMan มันไม่ใช่แค่ช่วยให้ Render เร็วหรือสวย แต่มันถูกสร้างมาเพื่อ Render Scene หนักๆใหญ่ๆ ที่บางทีมายาไม่ใช่แค่ Render ไม่ได้ แต่เปิดไม่ขึ้นเลยด้วยซ้ำ
ป.ล.ติดพวกบทสัมภาษณ์คนทำงานด้านนี้ซะแล้วจะรออ่านต่อไปเรื่อยๆนะครับ
อนุโมธนาสาธุ… ทำให้ผู้อื่่นมีความสุขได้บุญนะคะเนี่ย (*^_^*) ขอบคุณค่าาาา
ขอบคุณอีกครั้งคับ ไปอ่านต่อเลยดีก่า
สนุกจัง