“สรรเพชญ์” หนุ่มไทยใน Lucas Film (ตอนที่ 4)
วงการ 3D Animation ไทยเก่งไม่แพ้ใคร.. ขอแค่อย่ากลัวเรื่องเทคนิค
ไงจ๊า ชาว The Animania ทุกคน… ยินดีต้อนรับสู่ตอนสุดท้ายของ The Animania Interview เดือนกุมภาพันธ์จ้า (เล่นเอาวันสุดท้ายของเดือนกันเลยทีเดียวเชียว) อย่างที่อ่านกันมาแล้วใน 3 ตอนก่อนหน้านี้ … เรากำัลังคุยกับ “คุณสรรเพชญ์” หรือ ‘จารย์สรร ของคน 3D Animation บ้านเราหลายๆ คน
ครั้งที่แล้ว.. จบไปด้วยความรู้สึกเกือบๆ จะสิ้นหวัง … ว่านี่คนวงการ 3D Animation ไทย.. จะต้องเลือกระหว่าง “งานดีแต่เงินน้อย” กับ “งานแค่พอเสร็จแล้วเิงินแค่พออยู่ได้” จริงหรือ? … ก็แหม.. ขอแอบบ่นหน่อย… เห็นเด็กๆ สมัยนี้รับจ๊อบกันแล้วปวดใจ… ตัดราคากันยังกะขายกางเกงอยู่โบ๊เบ๊ โอยๆๆๆ.. ที่พูดนี่ไม่ใช่ว่าไม่อยากให้น้องๆ เด็กๆ ได้งานนะจ๊าาา… แต่ที่พูดก็เพราะห่วงตัวน้องๆ หนูๆ ที่จะโตขึ้นมาอยู่ในวงการนี่แหละ … คิดราคาแบบ “ฉันและงานของฉันไร้ค่า”.. ก็เหมือนเอาเชือกพาดขื่อ… จบมาเข้าวงการเต็มตัวเมื่อไหร่… ก็เอาคอใส่ลงไปในห่วงพอดีกัน…
ถ้าเราได้เริ่มทำให้ลูกค้าเข้าใจและเชื่ออย่างสนิทใจแล้วว่า “ฉันและงานของฉันไร้ค่า” … แล้วอยู่ๆจะหวังให้เค้าหันกลับมาเห็นคุณค่า และ ยอม “ลงทุน” กับ “ความคิดสร้างสรรค์, เรี่ยวแรง และชิ้นงาน” ของเราได้ยังไง… เพราะฉะนั้น…ทำงานให้ดี.. เห็นคุณค่าของสิ่งที่ตัวเองทำ… ให้ค่ากับ “แรง” และ “ความคิดสร้างสรรค์” ของตัวเองด้วย
พูดมาซะยาว… เข้าเรื่องเลยละกัน… งั้น rate ราคา Animation ตามราคามาตรฐานมันควรจะราคาซักเท่าไหร่?
“จริงๆ อยู่ที่ว่างานมันเป็นระดับไหนอ่ะนะ อย่างถ้าเกิดเป็น series ประมาณซักตอนละ 10 นาที ราคาที่อยู่ได้น่าจะประมาณไม่น่าต่ำกว่า 7-8 แสนต่อตอน นี่แค่พออยู่ได้นะ ซึ่งปัจจุบันราคามันได้อยู่ต่ำกว่า 50% ของที่มันควรจะเป็นเลยล่ะมั้ง”
“อย่าง The Monk เนี่ยถ้ารับงานไทยก็มีแต่ขาดทุน แต่อย่างที่ Riff ด้วยความได้เปรียบที่มีบุคลากรยังไม่มาก ค่าใช้จ่ายก็ยังไม่มาก ก็ยังเป็นไปได้ที่จะรับงานไทย แต่ว่า..ผมก็รู้สึกอยู่ดีว่าท้ายที่สุดแล้วในอยู่ที่ผลงาน ถ้าผลงานที่เราพยามทำออกมาด้วยค่าจ้างเท่านี้มันดีมากจริงๆ นายทุนก็จะเริ่มเห็นว่ามันทำเงินได้ เค้าก็จะเห็นข้อแตกต่าง สิ่งที่ทางฝั่งเมกาเค้าทำได้ก็เพราะว่าเค้าทำกันแบบนี้ไง คืองานเค้าออกมามันทำเงินได้จริงๆ เค้าก็อัดไปเต็มๆเลย โปรแกรมเมอร์เอากี่คนเอาไป”
“อย่างบ้านเราถ้าหากงาน Studio ไหนทำออกมาแล้วฮิต… อย่างที่ผมเสียดายก็คือ ดีด้า ที่ทำจ๊ะทิงจาแล้วฮิต …ผมว่า จากเงินที่เค้าได้เค้าดันคุณภาพงาน พัฒนาเทคนิคขึ้นไปได้อีกเยอะมากแต่เค้าไม่ได้ทำต่อ คือ…
การที่เราพอใจที่จะอยู่แค่นี้ แล้วคิดว่า.. “แค่นี้ก็ได้ตังค์แล้วทำไมต้องไปลงทุนให้มันมากกว่านี้” มันน่าเสียดายมาก แล้วก็มีมุมของคนทำงานที่คิดว่า “ก็ทำแค่นี้นายทุนก็โอเคแล้วทำไมต้องทำให้ดีกว่านี้”… มันก็ไปกันใหญ่…
…. แต่ยังไงมันก็มีทั้งด้านที่เป็นอย่างนี้แล้วก็ด้านที่ไม่ใช่ ผมคิดว่าเด็กๆ ใหม่ๆที่จบแล้วถ้าได้มาทำงานกับ The Monk หรือ Riff เค้าก็น่าจะมีไฟที่จะทำดีๆต่อไป เพราะมีคนที่จะผลักดันเค้าให้ทำงานดีๆ ไม่ใช่แค่ทำให้เสร็จก็พอ เพราะถ้าไปเจอยังงั้นมันก็เซ็ง..หมดไฟ”
คิดว่าตัวเองประสบความสำเร็จยัง?
“ผมไม่ได้มองว่าประสบความสำเร็จครับ มองว่าอยากออกไปหาประสบการณ์มากกว่า เพราะจุดประสงค์ของผมก็ไม่เคยคิดอยากออกไปอยู่เมืองนอกนะ อยากอยู่เมืองไทย ทุกวันนี้อยู่โน่นไม่ชอบนะ กับข้าวไม่อร่อย เมื่อเช้ากินข้าวบ้านรู้สึกอาหารบ้านอร่อยมาก <หัวเราะ> เป้าหมายผมคืออยากที่จะมี Studio กับใครก็ตาม อย่างตอนนี้ผมก็อยากทำงานกับตุลย์นะ เพราะตุลย์เองเค้าเป็น artist ในขณะที่ผมก็ดูเรื่องทางเทคนิคซึ่งมันก็ไปกันได้ นั่นคือสิ่งที่ผมอยากทำเมื่ออายุมากขึ้น แต่ตอนนี้ผมอยากที่จะหาความรู้เพิ่มเติมบ้างก่อน เพราะอยากให้อะไรๆ ที่มันสู้ต่างประเทศได้ เพราะงั้นไปโน่นผมก็ไม่ได้รู้สึกว่าประสบความสำเร็จหรืออะไรนะ ผมอยากไปเรียนรู้ ไปเอาประสบกาณ์อย่างเดียวเลย จดทุกอย่างเลยว่าเค้าทำอะไรยังไงมั่ง <หัวเราะ> กลับมาก็จะได้เอามาดู”
เด็กจบใหม่อยากประสบความสำเร็จ.. ควรทำไง?
“ผมรู้สึกว่า artist ไทยควรเพิ่มเข้าไปคือความรู้ด้านเทคนิค อันนี้คือเรื่องหลักเลยนะ animation อาจจะไม่เท่าไหร่ แต่พวก Render หนักมาก ผมว่า animation ของที่นี่สู้ Lucas ได้สบาย อาจจะไม่ระดับ ILM อ่ะนะ แต่ถ้าเป็นระดับ series ด้วยกันนี่สู้ได้สบาย rig ก็ไม่ได้ต่างกันมาก โมเดลก็ไม่ต่างกันมาก เพราะโมเดลใช้เทคนิคไม่มาก แต่สิ่งที่ต่างกันมาก็คือการ Render กับ Composite คือการ finalize งาน หรือการจบงานเนี่ย จบงานได้ไม่เท่ากัน”
“แล้วเรื่องการเรนเดอร์เนี่ยเรื่องทางเคนิคเกี่ยวข้อเยอะมาก ซึ่ง artist ของเราที่เกียวข้องกับทางด้าน render เนี่ยรู้เรื่องเทคนิคน้อยมาก จะเป็น artist แบบ ‘ติสจริงๆ ดูแสง ดูไฟ ดูสีเป็น แต่พออยากทำอีกแบบนึงก็ไม่รู้ทำไง.. แล้วก็จบ…ก็ได้เท่าที่เห็น แล้วก็ไม่ได้ research ด้วย แต่ก็เห็นใจเหมือนกันว่าบางทีจะ research ก็ไม่มีใครรู้ ไม่มีใครแนะนำ แล้วบางคนก็หัวไม่ไปด้วย”
“อีกอย่างก็คือ artist บ้านเราภาษาอังกฤษไม่ค่อยเก่งก็เลยจะขาดแหล่งข้อมูล เพราะข้อมูลสว่นใหญ่ที่ผมได้มาก็มาจากภาษาอังกฤษ แต่หลายๆ คนที่ผมเห็นจัดแสงสวยมาก มุมมองด้าน Art เยี่ยม แต่ทำไมทำงานออกมาแล้วมันไม่ได้ เพราะว่าเค้าไม่สามารถใช้ความสามารถทาง Art ที่เค้ามี มาผสมกับเครื่องมือที่เค้ามีอยู่ให้มันออกมาเป็นผลงานที่สวยงามได้”
“คน rig ไม่เป็น artist นะครับ ถือเป็นเทคนิคล้วนเลย อย่างงานแรกที่ผมเข้าไปเจอที่ Lucas คือ ทำ port เครื่องมือในการ rig QC จาก ILM มาให้ใช้กับโปรเจคใหม่ คือพอ rig เสร็จปุ๊บก็มีเครื่องมือตัวนี้เอาไว้เช๊ค ประมาณ 20 รายการ คล้ายๆ กับเชคความสะอาด เป็น sanitary check <หัวเราะ> อะไรที่ไม่พึงประสงค์ยังหลงเหลืออยู่รึเปล่า อะไรแบบนี้น่ะครับ ถ้าผ่านหมด 20 ข้อคือผ่าน ส่วนใหญ่ก็เป็นพวกเรื่อง node, connection, group, constrain ซึ่งเรื่อง rig เนี่ยบ้านเรามีผีมือไม่ต่างจากที่เค้า rig ทางโน้นหรอก ผมว่าทำได้อยู่แล้ว เรื่องที่จะต่างกันหนักๆ เลยก็ 1.render 2. Effect 3. Composite ต่างเยอะมาก…คือการจบงานนี่แหละครับ”
“สิ่งที่ต่างกันด้าน effect ก็คือ ที่นี่ไม่มีคนคอยเขียนโปรแกรม support ให้เพราะฉะนั้น effect ก็ทำได้แค่เท่าที่โปรแกรมให้มา เท่าที่ Maya ทำได้ แต่ที่โน่น พอ Artist อยากได้แบบนี้ปุ๊บ effect supervisor เค้าจะ analyze ออกมาว่าเค้าต้องการอะไรบ้างแล้วก็จะไปคุยกับ programmer แล้วก็เขียนออกมาเลย ส่วน composite มันผูกพันมาตั้งแต่ช่วง effect กับ lighting ว่าจะแยก pass ยังไง จะแยกสียังไง อย่าง effect หลายๆ อย่างก็ต้องใช้เทคนิค composite เข้ามาช่วย”
“คนที่ทำ composite นี่ผมให้เป็นเรื่อง art 70% อีก 30% นี่เป็นเรื่องทางเทคนิค ซึ่งเมื่อก่อนเค้าใช้ Shake กันนะแต่หลังๆ เค้าเปลี่ยนเป็น Nuke ไม่ใช้ after effect กันนะครับ .. เมื่อก่อนเค้ามีโปรแกรมตัวนึงเป็นโปรแกรม Composite ตัวนึงที่ใช้ตั้งแต่สมัยทำ Jurassic Park แต่ก็เปลี่ยนมาเป็น nuke เมื่อ 3 ปีก่อน .. ข้อดีของ Nuke คือมันซัพพอร์ท 3D แล้วก็ supportกล้อง stereo 3 มิติแล้วก็เป็น 3 มิติแบบจริงๆ คือ Layer ใน Nuke มันสามารถที่จะทำเป็น 3D ได้เลย คือมีมุมกล้อง 3D แบบ Maya เลย คือเราสามารถ project ภาพลงไปได้ import object จาก Maya เข้ามาใส่ได้ แล้วจะ project texture แบบฉายลงไป หรือจะ map แบบ UV ก็ได้ แล้วมันก็หมุนเป็น 3D จริงๆ เลย”
ในฐานะที่เป็น Blog เกี่ยวกับ Animation โดยตรง เลยถามซะหน่อยว่า… เทคนิคที่ animator ควรรู้คืออะไร?
“สำหรับ animator นี่น้อยนะ แต่สิ่งที่ควรรู้ก็เช่น rotation order, constrain, transformation metric อะไรก็ตามที่เกียวกับกับการ transform คนเป็น animator ควรรู้ เพราะงานของ animator คือการย้ายของจากที่นึงไปอีกที่นึง ซึ่งมันเกี่ยวกับ , transformation metric เป็นหลักเลย เพราะงั้นถ้าเราทำไปแล้วไม่ได้ดังใจ มันอาจเป็นปัญหาด้านเทคนิคมากกว่าด้าน art รวมถึงถ้าเรารู้เรื่องเทคนิคมันก็เราเคลื่อนที่ของง่ายขึ้น เราก็จะรู้ว่าอันนี้ควรทำอันนี้ไม่ควรทำอะไรแบบนี้ครับ”
สุดท้าย…หนุ่มไทยคนเก่งของเราก็ฝากทิ้งท้ายถึงคนวงการ 3D Animation บ้านเรา ว่า….
“…บางคนอาจเข้าใจแล้ว แต่หลายคนยังกลัวด้านเทคนิค คือ ถ้าเจอปัญหาเนี่ย ผมว่าให้ลองแก้เองดูก่อน ดูได้จากคนต่างประเทศที่มาทำงานที่นี่ เค้าเป็น Artist นะ แต่พอเค่ามีปัญหาปุ๊บเค้าจะเริ่มดูเองก่อนเลยว่าเพราะอะไรยังไง วิธีแก้ของเค้าก็มีทั้งที่ search ในเน็ท หรือไม่ก็นั่งไล่ดูว่าเพราะอะไรยังไง แล้วคนที่ทำงานด้านเทคนิค หรือ software ก็ช่วยได้ง่าย เพราะจับต้นชนปลายถูก แล้วคนที่เป็น Artist เองก็จะได้เข้าใจว่าวิธีแก้ที่ถูกต้องคืออะไร ในอนาคตก็แก้เองได้”
…..
ประวัติส่วนตัว
ชื่อ นามสกุล ชื่อเล่น: สรรเพชญ์ สาตราวาหะ (สรร)
ประวัติการศึกษา:
ปริญญาตรีภาควิชาสำรวจ คณะ วิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์
ประวัติการทำงาน:
- CADCOM พ.ศ. 2542 – พ.ศ. 2545 (http://www.cad-com.net) ผู้สอน 3ds max, Dreamweaver, Flash, Maya, Rhinoceros
- 3D-Create พ.ศ. 2545 (http://www.3d-create.com) ผู้สอน Maya, RenderMan
- Freelance งาน 3D Animation, CD Presentation, Web Design, Compositing and Effect
- Technical Director and Lead pipeline programmer at The Monk Studio. (http://www.themonkstudio.com)
- ปัจจุบัน Production Engineer at Lucas Film Singapore
ข้อแนะนำเล็กๆ น้อยๆ สำหรับคนวงการ 3D Animation:
ให้มั่นใจเลยว่าตัวเองไม่ได้ด้อยกว่าคนอื่นในโลกนี้ในด้าน art แต่อย่าไปกลัวเรื่องทางเทคนิค..
… อยากให้คิดซะว่าแม้แต่จิตรกรก็ต้องรู้จักสีทุกชนิด รู้ว่าสีแต่ละชนิดเหมาะกับอะไร เค้าจะได้เลือกใช้ให้เหมาะกับงานได้ ก็เหมือนกับเรามี Maya มี computer เป็นอุปกรณ์เราก็ต้องรู้จักมัน รู้จักทางด้านเทคนิค ให้ถือซะว่าเป็นการพัฒนาฝีมือของเราด้าน Art นี่แหละ…
รู้ดังนี้แล้ว ชาว The Animania คนไหนที่รู้ตัวว่าเป็นหนึ่งในบุคคลในวงการ 3D Animation ที่ยังประหวั่นพรั่นพรึงกับตัวเลขเยอะๆ และ node ที่มีชื่อประหลาดๆ อ่านยังไม่ค่อยจะออกที่เรียงตัวอยู่ให้พรึบใน Maya Attribute แล้วล่ะก็ … ลองปรับทัศนคติดูใหม่นะจ๊ะ ถึอซะว่า.. ทำเพื่อตัวเองจะได้เก่งขึ้น.. และเพื่อวงการ 3D Animation ไืทยจะได้เจริญรุดหน้าต่อไป… แล้วครั้งหน้า..มารอดูกันว่า.. The Animania Interview จะพาไปคุยกับใคร… แล้วเจอกันน๊า!!!












อ่านบทสัมภาษณ์ของพี่สรรจบละมีกำลังใจขึ้นเยอะเลย
Rigging need some of artistic too. You will need to know movement of the character.
How it will deforms.
agree
จะรอติดตาม คนต่อไปนะคับ
ใครจะเป็นคนต่อไปคร๊าบบบบ
พี่Keko ชนะงานประกวดครับ http://www.11secondclub.com/competitions/february11/winner/
เอามาฝากกัน(ไม่รู้จะโพสห้องไหนครับ ถ้ามีห้องสนทนาจะเยี่ยมเลย) ว่าแต่โรงเรียนพี่Kekoจะเปิดเมื่อไหร่หรอคับ ช่วยอับเดทด้วยนะคับ ขอบคุณมากๆลุย
เยี่ยมเลยพี่พิ้ง ได้มุมมองใหม่ๆเยอะมาก พออ่านจบ ก็อยากเรียนพวก เมล หรือ ไพธ่อน ให้รู้เรื่องเลย รออ่านสัมภาษณ์ต่อๆไปนะครับ ^^