รู้จักกับ “Keko”… ตอนที่ 1
คนวงการ 3D Animation … ใครไม่รู้จัก Keko ถือว่าเชย
สวัสดีจ้า ชาว The Animania ทุกคน มาแล้วตามสัญญาที่ลั่นไว้ตั้งแต่ตอนปีใหม่ (เอ่อออ…เอาน่า…พี่มอสเค้าบอกว่ามาช้าก็ยังดีกว่าไม่มาน่า) อ้าว… บางคนทำหน้างงว่าสัญญิง-สัญญาอะไรยะ ก็จะอะไรซะอีก…ก็ที่สัญญาไว้ว่าจะพาไปพูดคุยพบปะกับคนไทยผู้มีประสบการณ์ทำงานผลิตภาพยนตร์ 3D Animation ระดับโลกมาแล้วไง… (ส่วนพวกที่งงว่าพี่มอสคือใคร …เอ่อออ…อย่ามาแอ๊บ.. อะไรจะเด็กขนาดนั้นยะ) หนุ่มไทยคนนี้ได้รับขนานนามยกย่องว่าเป็นหนึ่งใน Animator ฝืมือระดับแนวหน้าของเมืองไทยในปัจจุบันเชียวนา จะใครซะอีก ก็ “ตุลย์ – วีรภัทร ชินะนาวิน” หรือที่ใครๆ หลายๆ คนรู้จักเค้าในนาม “Keko (เคโกะ)” ยังไงล่ะ
มารู้จักเค้ากันให้มากขึ้นซะหน่อยดีกว่าว่าเค้าเป็นใคร มาจากไหน ทำอะไรมาบ้าง…
วีรพัทธ์ ชินะนาวิน หรือ ตุลย์ เป็นลูกคนเดียวของครอบครัว ตุลย์โตมาในครอบครัวที่พ่อแม่ให้อิสระในการเลือกทำในสิ่งที่ตนเองรักและถนัด ดังนั้นจากเด็กชายที่ชอบวาดรูป และชอบอ่านการ์ตูนตั้งแต่เด็ก เมื่อโตขึ้นตุลย์ได้รับแรงสนับสนุนจากครอบครัวอย่างเต็มที่ในการเลือกเข้าเรียนในคณะที่เขาชอบ และได้จบการศึกษาจากคณะศิลปกรรมศาสตร์ ภาคทัศนศิลป์ สาขาจิตรกรรมจากรั้วจามจุรี และที่นี่เองที่เขาได้รับฉายา “Keko”
“สมัยนั้นมีหนังเรื่องนึงเกี่ยวกับแก๊งค์ยากูซ่าแล้วเพื่อนที่จิตรกรรมก็เลยตั้งให้ผมเป็นหัวหน้าเคโกะ <หัวเราะ> (ยังงี้แปลว่าเด็กๆ ซ่า?) ไม่ใช่นะ <หัวเราะ> ผมว่าผมโดนเพื่อนแกล้งมากกว่า”
หลังจากเรียนจบ.. ตุลย์ได้เคยทำงานที่บริษัท Graphic และได้เคยเปิดบริษัท Organizer ของตัวเอง และระหว่างนั้นได้เข้าไปเรียนที่ Comcat.net ซึ่งที่นั่นเองที่เขาได้รู้จักกับโลกการทำการ์ตูน 3D Animation และหลงรักการทำ 3D Animation ตั้งแต่นั้นมา
“ตอนนั้นที่ Catcom.net เป็นโรงเรียนนะครับ เก่าแลัว ผมไม่รู้แล้วว่าตอนนี้อยู่ที่ไหน เมื่อก่อนจะมีอยู่ชั้นนึงที่เป็นห้องกระจกเห็นเค้าทำ 3D Animation กัน ซึ่งตั้งแต่ตอนเด็กๆ เราก็ชอบการ์ตูนอยู่แล้ว แล้วที่นั่นก็เขียนว่ามีคอร์ส Computer Animation เปิดสอน ผมก็ไปลงเรียนเลย สมัยนั้นคนไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่ แล้วตอนนั้นทางโรงเรียนเค้ามีรับงาน 3D Animation.. เค้าก็เลยให้ผมทำงานด้วย ผมก็เลยได้จับ 3D Animation ตั้งแต่ตอนนั้น ระหว่างช่วงนั้นก็เลยทำทั้งงาน Graphic ทำทั้ง 3D Animation แล้วก็มาช่วยสอนด้วย ทำคู่กันไปหมด แต่ยิ่งมาๆ ก็เริ่มมี 3D Animation เยอะขึ้นๆ จนงานด้าน Graphic ค่อยๆ หายไป พอทำไปซักพักนึง.. คือเราก็รู้ว่าเราชอบ ก็ตัดสินใจแน่วแน่ว่าจะมาด้านนี้ แต่เมืองไทยไม่มีใครสอน เลยคิดว่าไปเรียนเมืองนอกดีกว่า”
ตัดสินใจได้ดังนี้แล้ว ตุลย์ก็เลยออกเดินทางจากบ้านเกิดแลนด์ออฟสมายล์ มุ่งหน้าสู่แลนด์ออฟแฮมเบอร์เกอร์อย่างประเทศสหรัฐอเมริกา ตุลย์ใช้เวลาสองปีในการศึกษาจนจบระดับปริญญาโทสาขา Animation and Visual Effect ที่ Academy of Arts, San Francisco และที่นี่เองที่จุดประกายและสร้างแรงบันดาลใจให้เขาอย่างมากมาย ซึ่งส่งผลถึงการเปิดประตูโอกาสสู่สตูดิโอในฝันของใครหลายๆ คน
“ที่โน่นมีคลาสที่สอนโดยอาจารย์จาก Pixar เรียกว่า Pixar Class คลาสนี้ก็จะเป็นที่ใฝ่ฝันของเด็กๆ ทุกคน เพราะก็เชื่อว่าถ้าใครได้เรียนคลาสนี้ก็จะมีโอกาสได้ทำงานที่ดังๆ ได้ แต่การจะลงทะเบียนเรียนคลาสนี้ได้ต้องส่ง Port Folio เข้าไปสมัคร คนที่ผ่านการคัดเลือกถึงจะได้เรียน ตรงนี้มันก็มีการแข่งขันเกิดขึ้น พอแข่งกันเข้างานเรามันก็ดีขึ้นไปด้วย แล้วพอเราเข้าไปได้จริงๆ สังคมมันก็จะคุยกันเรื่องงานมากขึ้น เราก็จะรู้อะไรมากขึ้น นักเรียนเก่งๆ จากรุ่นที่แล้วที่ได้เข้าไปฝึกงานที่ Pixar หรือ Dreamworks หรือ ILM มา ก็มาคุยให้ฟัง มาสร้าง inspiration เราก็.. โอ้ อยากเป็นอย่างนี้จังเลย แล้วมันก็ทำให้เราเกิดแรงบันดาลใจว่าอยากทำงานให้ดีๆ”
“การเรียนคลาสสูงๆ มันเป็นเรื่องของการสร้าง connection ด้วยครับ เพราะนอกจากงานเราจะต้องดีแล้ว มันก็เป็นเรื่องของนิสัยใจคอด้วย อย่างเช่นกับอาจารย์ที่สอนเรามา เห็นงานเรามาตลอด ถ้าเค้าเห็นว่าคุยกันรู้เรื่อง เข้ากันได้ ทำงานด้วยง่าย ถ้าทุกอย่างโอเค ก็แน่นอนเค้าก็อยากได้เราไปร่วมงานด้วย เปอร์เซนต์ที่เราจะได้ไปฝึกงานกับที่ใหญ่ๆมันก็มีสูงขึ้น”
แล้วเริ่มต้นเข้าไปเข้าสู่ Studio ระดับโลกได้ยังไง?
“พอจบปีหนึ่ง ช่วง summer ตอนนั้นที่บอร์ดของโรงเรียน ก็มาติดประกาศว่า Disney มีเปิดรับสมัคร Disney Intern ถึงแม้การฝึกงานจะไม่ได้เป็นวิชาบังคับแต่นักเรียนส่วนใหญ่ก็อยากบังคับตัวเองให้ไปฝึกนะครับ เพราะการไปฝึกงานได้ทั้งประสบการณ์ ที่ได้ทั้งรายได้ก็มี แถมได้ connection ด้วย ผมก็เลยส่ง Demo Reel เข้าไป ยากมากครับแต่ก็โชคดีที่ก็ได้ครับ พอเสร็จจากฝึกงานที่ Disney ผมก็กลับมาเรียนต่อ พอเรียนจบก็เริ่มหางาน แล้วระหว่างนั้นเองก็ได้ไปฝึกงานที่ Pixar คือ จริงๆ จะว่าไปตอนที่ทำ Pixar ก็เรียนจบแล้วนะครับแต่ก็ยังถือว่าเป็นการฝึกงานอยู่ หลังจากจบที่ Pixar ผมก็ได้ไปทำที่ Blue Sky ต่อ ซึ่งอันนั้นคือทำงานจริงๆ เป็นครั้งแรก ก็ได้ทำหนังเรื่อง “Horton Hears a Who” แต่ทำได้เรื่องแค่เรื่องเดียวก็กลับมาไทยเพราะปัญหาด้านสุขภาพ ต้องกลับมารักษาตัว ช่วงที่อยู่ที่นี่ก็เลยมีโอกาสทำอยู่ที่ The Monk Studio ได้ซักปีนึง แล้วพอดี connection ทางโน้นยังมีอยู่ ก็เลยได้รับการติดต่อจากทาง Sony ให้กลับไปทำ Cloudy With A Chance of Meatballs จบแล้วก็กลับมาประเทศไทย”
ตอนนี้เราก็ได้รู้จักกับประวัติและประสบการณ์อันโชกโชนของ Keko แล้ว แต่ไม่ต้องห่วง .. ลองได้นั่งคุยกับ Animator ระดับเซียนแบบนี้แล้ว ไม่ถามแค่นี้แน่ๆ ครั้งหน้า The Animania จะพาคุณไปคุยกับเค้าต่อ แล้วมารอดูกันว่า เค้าจะมีมุมมองอะไรเกี่ยวกับวงการ 3D Animation มาเล่าให้เราฟังกันอีก … See ya!!!





ขอบคุณมากครับ ได้แรงบันดาลใจขึ้นอีกเยอะเลย
พี่ตุลลลลลลลลลลลลลลลลลย์ ><
พี่แกเป็น Inspiration สำหรับผมเลย
คนไทยไม่แพ้ชาติใดในโลกเยี่ยมมากพี่
ขอบคุณครับ ได้อ่านแล้ว ก็มีแรงบันดาลใจครับ
อยากขอสัมภาษณ์จังค่ะ ไม่ทราบว่าพอมีcontact ติดต่อได้บ้างมั้ยคะ?
หมายถึงว่าอยากสัมภาษณ์ตุลย์ หรือว่าพิ้งคะ.. ถ้าอยากสัมภาษณ์ตุลย์ เดี๋ยวพิ้งติดต่อให้ได้ค่ะ แต่ถ้าหมายถึงอยากสัมภาษณ์พิ้งอาจจะต้อง email คำถาม-คำตอบกันนะคะ เพราะว่าตอนนี้ไม่ได้อยู่เมืองไทยอ่ะค่ะ (ยังไงอยากฝากข้อความไว้ที่ facebook ก็ได้นะคะ (http://www.facebook.com/pages/The-Animania/182335381799805) หรือ email มาก็ได้นะคะ iampowerpink@yahoo.com ค่ะ) ขอบคุณที่แวะมาอ่านและติดตามบล๊อคนะคะ.. ^_^