รู้จักกับ “Keko”… ตอนที่ 3
วงการ 3D Animation ไทย … ในสายตากูรู
กลับมาสู่ The Animania Interview อีกครั้งจ้า เรายังอยู่กับ “Keko” .. Animator ไทยฝีมือระดับโลกเจ้าเก่าคนเดิมโช๊ะเด๊ะ… ครั้งที่แล้วตุลย์เล่าให้ The Animania และทุกๆ คนฟังแล้วว่า วงการ 3D Animation ที่ฝั่งโน้นของโลกเค้าไปถึงระดับไหนกันแล้ว ครั้งนี้เราจะลองถามคนเก่งของเราดูว่า เค้ามองว่าวงการ 3D Animation ของไทยเป็นยังไง? มันจะรุ่งเรืองหรือร่องแร่ง? รวมถึงถ้าหากใครกำลังคิดว่าอยากจะได้เจอตัวเป็นๆ ของ Animator ระดับพระกาฬคนนี้ …หรือถ้าได้เรียนรู้จากเค้า… หรือถ้าได้ทำงานร่วมกับเค้า…โอ้ววว คงดีเป็นแน่แท้ ความฝันนั้นอยู่ไม่ไกล มาฟังกันว่าตอนนี้เค้าทำอะไรอยู่ และในปีนี้เค้ามีแผนจะทำอะไรบ้าง
“ตอนนี้มีบริษัทที่ทำอยู่ชื่อ Riff ครับ คนในทีมนี่แหละครับเป็นคนตั้ง ตอนแรกพวกเราก็ไม่เข้าใจว่าคืออะไร ผมได้ยินเค้าเรียกผมก็ว่าเท่ห์ดี เคยได้ยินคำนี้ในวงการ Programmer แล้วก็ในวงการดนตรีด้วย ผมก็ว่าคำเดียวก็จำง่าย อักษรก็สวย อาจจะออกเสียงยากนิดนึงแต่จำง่าย ตอนหลังเค้าค่อยมาเฉลยตัวเต็มว่ามาจาก Rendering For Food <หัวเราะ> ผมก็เลยเอา! ใช้ชื่อนี้แหละ <หัวเราะ> ตอนแรกก็นึกอยู่ว่าจะเป็น Riff Studio มั้ยเพราะเราก็เป็น Animation Studio แต่ก็สรุปว่าไม่ครับ Riff เฉยๆ เลย ตอนนี้จดทะเบียนเรียบร้อยเป็นทางการแล้วครับ”
“ส่วนเรื่อง Project ตอนนี้ก็มี Project ที่รับมาจาก Denmark คนไทยก็น่าจะได้ดูครับ เป็น Commercial 4 ตอน Launch ประมาณกลางปี ตอนนี้อาจจะยังบอกไม่ได้ว่าเป็นอะไร แต่ถ้าออกมาใครๆ ก็รู้จักครับ เพราะมาจากของเล่น … อีกโปรเจคนึงเป็น TV Series ของไทย ส่วนที่ผมรับคงเสร็จเดือนนี้แล้ว แต่ว่าคง Launch ประมาณมีนา หรือ เมษา”
“เรื่องโรงเรียนก็จะเป็นรูปเป็นร่างประมาณหลังเดือนกุมภาไปครับ ครั้งนี้จะเป็นโรงเรียนที่จะสอนครบหลักสูตร ไม่สอนเฉพาะ Animation แล้ว แต่ว่ามีสอน Lighting and Shading, Special Effect แล้วก็มี Rigging แล้วก็มีสอน Pre Production ด้วยครับ ส่วนจำนวนคนต่อคอร์สนี่แล้วแต่ครับ บางหลักสูตรอาจได้ถึงสิบกว่าคนแต่บางหลักสูตรอาจจะได้น้อยหน่อย แล้วครั้งนี้ก็มีเป็นวันธรรมดาด้วย ไม่ใช่แค่เสาร์อาทิตย์แบบเมื่อก่อน แล้วอีกอย่างที่จะทำปีนี้คือ อยากจะ Pitch งานหนังใหญ่ของตัวเองครับ”
โปรเจคล้นมือขนาดนี้ แปลว่าจะต้องมองเห็นช่องทางอะไรดีๆ เป็นแน่ ก็เลยถามผู้มีประสบการณ์ถึงมุมมองที่เขามีต่อวงการ 3D Animation ไทยในปัจจุบันซะเลย ตุลย์ให้คำตอบว่าเขามองว่าวงการกำลังโตไปในทิศทางที่ดี เพราะว่ามีบริษัท 3D Animation ที่เปิดตัวและทำงานอย่างจริงจังอยู่เป็นแกนหลักของวงการ อย่างเช่น The Monk Studio หรือ Anya Animation และอีกหลายๆ แห่งที่ทำงานอย่างเป็นระบบ และมี Team งานที่มีศักยภาพผลิตงานที่มีคุณภาพออกมาอย่างต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งของงานเหล่านั้นเป็นงานมากจากเมืองนอก ซึ่งข้อดีของการรับงานต่างประเทศมาทำ คือ งานจะมาพร้อมกับ requirement เรื่องอุปกรณ์และจำนวนคน ซึ่งทำให้เราได้เรียนรู้ระบบจากต่างประเทศด้วย แต่ในขณะเดียวกัน การเติบโตนี้ก็มีอีกส่วนที่ตุลย์มองว่ายังมีจุดที่ดูขัดแย้งกันอยู่
“ถ้าบริษัทไหนเค้าโตจริง เค้าจะคิดหาโปรเจคเรื่อยๆ โตขึ้นเรื่อยๆ หาคนเรื่อยๆ พอคนอยู่กับเค้านานขึ้น มันก็เริ่มทำงานเป็น Teamwork มากขึ้น พอเป็นทีมมากขึ้น งานก็เร็วขึ้น คุณภาพงานก็ดีขึ้น เพราะฉะนั้น..ถ้าครั้งนี้เค้าทำได้ระดับนี้ พอครั้งหน้าเค้าก็จะคิดแล้วว่าตอนนี้ทีมทำงานเร็วขึ้นแล้ว คนรู้ใจกันมากขึ้นแล้ว เค้าก็อยากทำงานที่มันใหญ่ขึ้น ก็จะดีขึ้นไปเรื่อยๆ”
“แต่มันจะมีการโตอีกแบบนึง เช่นว่า งานชิ้นเดียวถูกกระจายไปหลายบริษัท แล้วก็ out source กันต่อไปเรื่อยๆ out source ไปเป็นทอดๆ โอเคมันอาจจะทำให้เกิดบริษัทเล็กๆ ขึ้นมาเยอะเพื่อรับทำงานนั้น โดยที่เวลารับงานเค้าก็จะไม่สนใจว่างานนั้นจะได้กำไรหรือไม่ได้ เค้าแค่อยากทำเท่านั้น ทีนี้มันก็เลยเหมือนมีการตัดราคากันเอง ซึ่งถึงแม้ว่าบริษัทนั้นเค้าจะรับได้ แต่มันเป็นข้อเสียเหมือนกัน เพราะมันก็คือ standard ของราคาและคุณภาพงาน 3D Animation ของไทย แล้วพอมัน Out Source กันมากๆ เข้า คนโน้นก็เปิด คนนี้ก็เปิด แต่ว่ามันไม่ได้ใหญ่จริง สุดท้ายกลุ่มเล็กๆ เหล่านี้ก็จมหายไป แต่ก็จะเกิดเป็นทัศนคติที่ไม่ดีเกิดขึ้นมาแทน ทำให้นายทุนที่อยู่ในไทยเองก็เข้าใจผิดว่านี่คือมาตรฐานราคาของ 3D Animation ไทย… ว่าราคามันควรจะถูก แล้วการ out source เยอะๆ เนี่ยในแง่คุณภาพมันก็คุมลำบาก แล้วถ้าคุณภาพไม่ดีเนี่ยมันจะยิ่งแย่ใหญ่ เพราะว่าถ้าผลงานนั้นต้อง on air ทั่วประเทศ มันก็เหมือนเป็น Port Folio ของประเทศไทยด้วย แล้วถ้าต่างประเทศเค้ารับรู้ว่าประเทศไทยทำได้แค่นี้ การที่เราจะเอางาน content ในไทยไปขอทุนต่างประเทศก็เป็นเรื่องที่ยากขึ้น มันก็เป็นการฆ่า content ไทยทางอ้อมเหมือนกัน”
“อย่างงาน series ก็อาจมีนายทุนเข้าใจว่าในเมื่อทำได้ถูก แปลว่าเงินทุนเท่านี้ก็จะทำได้ปริมาณมากขึ้น เค้าก็ทำเยอะขึ้นแล้วก็ไปจ้าง Out Source หลายๆ บริษัทมาทำ มันก็กระจัดกระจาย ซึ่งตรงนั้นไม่ใช่ผลดี แทนที่คุณจะมอบหมายให้บริษัทเดียวทำ แล้วบริษัทนั้นก็แข็งแกร่งขึ้น พอเค้ารับงานใหญ่ขึ้น เค้าก็ต้องรับคนเพิ่มขึ้น เรียนรู้เพิ่มขึ้น แก้ไขปัญหากันในบริษัท อัพเกรดตัวเองให้ดีขึ้น แต่ถ้าหาก Out Source เยอะๆ เอาไปจ้างคนโน้น คนนี้ทำ อันนั้นทำมันทำให้กระจายความโตของบริษัท ทำให้แต่ละที่มันโตไม่จริง โตแค่ในแง่ว่ามีคนทำงานด้านนี้เพิ่มขึ้น แต่ไม่ได้ทำให้บริษัทยั่งยืนอยู่ได้ด้วยตัวเอง แล้วก็ไม่ได้พัฒนาคนจริง มากกว่าที่จะทำงานให้เสร็จ ทำไม่ไหวก็ส่งต่อไปให้คนอื่นไปเรื่อยๆ ถ้าเป็นแบบนี้..ถึงจะได้งานที่เสร็จก็จริง แต่ไม่ได้คุณภาพ ไม่ได้คน … โอเค อาจจะได้คนในแง่ว่าเค้าเคยทำ แต่ไม่ได้ในแง่ teamwork แน่นอน ซึ่งเวลาเราจะไปรับงาน scale ใหญ่ของต่างประเทศ เค้าก็จะต้องถามเราอยู่แล้วว่าเรามีศัยภาพในการรับงานแค่ไหน เช่นว่า เรามีจำนวนคนเท่าไหร่ เคยทำอะไรมาบ้าง สมมติคุณเคยทำโปรเจคใหญ่ก็จริงแต่พอเค้าถามมาคุณตอบว่าคุณ out source หมด นั่นแปลว่าบริษัทคุณไม่ได้มีศักยภาพที่แน่นอน เพราะว่างาน out source แปลว่า นั่นไม่ใช่พนักงานคุณจริงๆ ไม่ใช่ทีมคุณจริงๆ การที่เค้าพิจารณาจะให้งานคุณเค้าก็จะรู้สึกว่าเสี่ยง เพราะถ้าให้งานมาแล้วคุณเล่น out source หมด คุมคุณภาพก็ไม่ได้ หาคนทำงานให้เสร็จทันได้รึเปล่าก็ไม่รู้”
“แต่ปัญหานี้ผมว่าแต่ละที่เค้ารู้อยู่แล้ว มีหลายๆ ที่ก็พยายามทำอยู่ คือ พยายามขยายแบบค่อยเป็นค่อยไป อย่างที่ยกตัวอย่างไปแล้วที่ The Monk กับ Anya แล้วหลายๆ คนที่ทำงาน out source ตอนนี้จริงๆ เค้าก็อยากได้งานที่มั่นคง ซึ่งบริษัทต่างๆ ก็พร้อมจะรับเค้าอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นต่อไปคนที่ทำงาน out source ก็น่าจะค่อยๆ น้อยลง เหลือแต่บริษัทที่เป็นแกนหลักๆ จริงๆ เพราะฉะนั้นก็ไม่น่ามีปัญหา”
ถึงตอนนี้ เมื่อได้ยินจากปากของคนวงในแล้วว่าวงการ 3D Animation บ้านเรากำลังโต หลายๆ คนคงกำลังเริ่มมองเห็นแสงสว่างรำไรๆ แล้วว่าคงมีโอกาสสำหรับเราเปิดกว้างรออยู่เป็นแน่ เพราะฉะนั้น ก่อนจะจากกันไป มาฟังกันดีกว่า ว่ามือโปรเค้าจะทิ้งท้ายด้วยคำแนะนำอะไรเด็ดๆ สำหรับคนที่เริ่มเข้าสู่วงการ 3D Animation
“ผมแนะนำว่าทำ Demo Reel แล้วทำงานเลยครับ พอเข้าไปแล้วค่อยดูว่าชอบทำอะไรมากที่สุด ชอบแผนกไหน แล้วก็ค่อยไปเรียนตรงนั้นเพิ่มก็ได้ครับ คือ จริงๆ ผมแนะนำทำ Port Folio แล้วสมัครทำงานเข้าในบริษัทเลย แต่ว่าถ้าใครยังรู้สึกไม่พร้อมก็เข้าที่นี่มาทำ Port ก่อนก็ได้ครับ ซึ่งทางผมก็อยากจะช่วยเด็กจบใหม่ตรงนี้ครับ ตอนนี้ก็มี Animator ที่จบไปทำงานในบริษัท Animation ใหญ่ๆ หลายทีเหมือนกัน คือ เข้ามาเรียนรู้ก่อน ใช้เวลาประมาณสองหรือสามเดือน ผมเชื่อว่าผมสามารถช่วยให้เค้าไปหางานได้ เพราะหลายๆ บริษัทก็จะหาคนจากผมนี่แหละ”
…..
ประวัติส่วนตัว
ชื่อ นามสกุล ชื่อเล่น: วีรภัทร ชินะนาวิน (aka ตุลย์ / Keko)
ประวัติการศึกษา:
- ปริญญาตรี คณะศิลปกรรมศาสตร์ ภาคทัศนศิลป์ สาขาจิตรกรรม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ประเทศไทย
- ปริญญาโท Animation and Visual Effect ที่ Academy of Arts, San Francisco, USA
ประวัติการทำงาน:
- Animator at Sony Picture Imageworks (Worked on Cloudy With A Chance of Meatballs)
- Animation Supervisor at The Monk Studio
- Animator at Blue Sky Studios (Worked on “Horton Hears a Who”)
- Pixar Internship at Pixar Animation Studios (Position as an animation intern; completed animation exercises with emphasis on principles, acting and storytelling.)
- Walt Disney Animation Internship at Walt Disney Feature Animation (Have worked animation exercises with emphasis on principles and acting for Meet The Robinsons and American Dog)
หนังที่ชอบ: หลายเรื่อง แต่ที่นึกออกก็มี Incredible, Monster Inc, Spirit Away, LOTR, Shaw shank, Inception, How to Train Your Dragon, Kung Fu Panda, สิ่งเล็กๆฯ, กวนมึนโฮ (เจ้าตัวแอบบอกว่ายังดูหนังสนุกอยู่ ถึงแม้จะเป็น Animation ก็ดูให้สนุกก่อน แล้หลังจากนั้นค่อยมาศึกษา)
จุดเปลี่ยนสำคัญ: เปลี่ยนจากทัศนศิลป์เป็น Computer Animation…
ข้อแนะนำเล็กๆ น้อยๆ สำหรับคนวงการ 3D Animation: คนที่อยากจะเติบโตในวงการนี้ ผมว่าต้อง “ชอบ” ครับ .. จบ .. เพราะพอชอบแล้วจะอดทน โดยไม่รู้สึกว่ากำลังอดทน เพราะว่าสนุกกับมัน”
เมื่อได้ยินดังนี้แล้ว ถ้าคุณจัดตัวเองอยู่ในกลุ่มคนที่ “ชอบ” ใน 3D Animation แล้วล่ะก็… (บางคนอาจจะบอกว่ามากกว่าชอบย่ะ..เพราะว่า “รัก” “ลุ่มหลง” “คลั่งไคล้” อันนั้นก็แล้วแต่ระดับกันไปนะ) อย่ามัวรอช้า ลงมือกันเลยเถอะ!! หมั่นฝึกฝน แล้วทำ Demo Reel แล้วสมัคร แล้วก็อย่าหยุดฝึกฝน อย่าหยุดค้นคว้า อย่าหยุดเรียนรู้ แล้วก็อย่าหยุด “ชอบ”… รับรอง!… คุณจะได้ไปถึงฝัน และ จะได้เป็นบุคคลระดับเซียนในวงการ 3D Animation ไทยอย่างแน่นอน The Animania ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคน แล้วเดือนหน้ามาดูกันว่าเราจะชวนไปคุยกันใคร แล้วเจอกันจ้า!! Fighto!!!





ชอบสำนวนที่เขียนจังครับ อ่านแล้วรู้สึกสนุกดี
ขอบคุณมากครับ ที่เอามาให้ได้อ่านครับ
ชอบพี่เคโกะมานานมากและครับ 555
ตั้งแต่เริ่มทำอนิเมชั่น จำได้ว่าหัวคนที่เริ่มปั้นได้ดี มาจากเว็บของพี่เค้า ใน 3d Create น่ะครับ
ยังเซฟเก็บไว้อยู่เลย สร้างขึ้นจากทรงกลม -0-
แต่ผมอยากรู้จังเลยครับ ว่าพี่เขาอายุเท่าไหร่เหรอครับ ประสปการณ์มากมายขนาดนี้
แล้วก็ไม่เคยเห็ยหน้าตาด้วยครับ หุหุ
เพราะเวลาผมมีอะไรสงสัย ถ้าพี่เขาออนก็จะถามครับ และก็ได้คำตอบดีๆทุกครั้งเลย -0-
ถ้าทางทีมงานหาได้ และพี่เขาอนุญาติ ก็จัดมาหลายๆรูปนะครับ ฮี่ๆๆๆๆ
รับเด็กฝึกงานมั้ยครับ
อ่านสนุกและได้ทัศนคติเกี่ยวกับวงการ3D Animation ในไทยขึ้นอีกเยอะเลยครับ ขอบคุณมากๆ สงสัยผมคงต้องไปให้คุณ Keko ช่วยสั่งสอนแล้วหล่ะครับ
ชอบความหมายของ RIFF ครับ ตรงๆเลย 555
ดูเหมือนจะมีคนสนใจมากจริงๆ ด้วย ยังไงจะลองไปถามๆ เรื่องสมัครงาน กับเรื่องการรับเด็กฝึกงานให้ค่ะ แล้วก็จะคอยตามเรื่องคอร์สที่ตุลย์จะเปิดสอน แล้วจะมารายงานให้ทราบนะคะ (*^_^*) ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านและคอมเม้นท์ค่ะ ดีใจจัง.. (*^____^*)
ขอบคุณมากครับสำหรับบทสัมภาษณ์ดีๆ เป็นแรงบันดาลใจด้านงาน ได้เยอะเลยครับผม
ลองถามมาให้แล้วค่ะ เรื่องทำงานกับฝึกงานคงต้องรอนิดนึงนะคะ เพราะตอนที่ที่ Riff ยังไม่เปิดรับสมัครอ่ะค่ะ แต่สำหรับคนที่สนใจจะเรียนกับตุลย์..อันนี้เตรียมตัวได้เลยค่ะ โรงเรียนน่าจะพร้อมเปิดในอีกสองเดือนนี้ ยังไงจะมาแจ้งให้ทราบอีกทีนะคะ
Wow! รู้สึกดีใจจนเนื้อเต้น
ยินดีกับพี่ตุลมากครับ อยากร่วมงานด้วยอีก ขอให้ประสบความสำเร็จมากกก ครับ เป็นกำลังใจ
Great interview and very inspiring kub.
Definitely will help the industry grow by having people like you around.
Also Congrats and best of luck for the school, it looks really good.
สวัสดีค่ะคุณ keko ตอนแรกคิดว่าเป็นคนญี่ปุ่นค่ะ ชอบในสิ่งที่คุณ keko พูดนะคะ คนที่อยากเติบโตในงานนี้ต้องมีความชอบเท่านั้นจริงๆค่ะ ตอนนี้เรารับพนักงานในส่วน 3D ANIMATOR ค่ะ บริษัททำงานให้กับสตูดิโอที่ญี่ป่นค่ะ เน้นอนิเมทตัวหุ่นยนต์ค่ะ มีอาจารย์ชาวญี่ป่นควบคุมงานค่ะ (ฝึกอบรมให้หลังจากผ่านการทดสอบค่ะ) หากมีคนสนใจรบกวนฝากได้มั้ยค่ะ
บ.สตูดิโอ เอช.เอส.ที จำกัด โทร. 02-254-1780 (คุณจารุณี มั่นเหมาะ)
ขอบคุณมากค่ะ