Walkthrough อนิเมทให้เวิร์ค
ในการทำงาน 3D Animation วิธีการทำงานของ Character Animator แต่ละคน ก็จะมีเทคนิคในการทำงาน, ขั้นตอน และกระบวนการคิดก่อนเริ่มลงมือ Animate ต่างกันไป เพราะฉะนั้นมันก็เป็นไปไม่ได้อ่ะนะ ที่จะฟันธงหรือตัดสินว่าวิธีไหนถูก ไหนผิด หรือวิธีไหนดีที่สุด คือ วิธีที่เราทำ…คนอื่นมาเห็นก็อาจจะว่าไม่เวิร์ค พอเราไปเห็นวิธีทำงานของคนอื่น.. เราก็ว่าไม่โดน คือ ของงี้… “วิธีไหนเวิร์ค..มันขึ้นอยู่กับความถนัดส่วนบุคคลน่ะ”
แต่ยังไง…วิธีนึงแน่ๆ ที่สามารถบอกได้เลยว่า “ผิดและไม่ควรทำอย่างแรง!”
คือ การลงมือทำงานโดยไม่วางแผนท่าโพสไว้ก่อน เพราะถ้าหาก “ด้นสด” ไปเรื่อยๆ มันจะเสี่ยงมากที่จะต้องกลับมานั่งรื้องานใหม่หมด ซึ่งเปลืองทั้งแรง เปลืองทั้งเวลา แถมโดนสั่งแก้เยอะๆ ก็พาลเสียกำลังใจทำงานอีกต่างหาก
ดังนั้น..วันนี้จะขอเล่าเทคนิคส่วนตัวที่ใช้ในการ Animate ซึ่งถ้าทำตามนี้แล้วละก้อ ขอรับประกันว่าประหยัดแรงงานและเวลาได้มากทีเดียว โอกาสที่จะทำงานผิดพลาดมหันต์ ถึงขั้นต้อง “รื้อทั้งยวง” ออกมาแก้ใหม่หมดจะน้อยลงมากเลยล่ะ (ไม่กล้าฟันธงว่าเป็นศูนย์ เพราะอะไรก็เกิดขึ้นได้อ่ะเนอะ)
แอบเสริมว่าเหมาะอย่างยิ่งสำหรับ Animator ที่ทำ Animated Series อยู่นะ จริงๆ แล้วต้องขอบคุณ C.O.R.E. Digital Pictures, Toronto ที่ทำให้ตัวเองได้เรียนรู้ระบบงานนี้มาตั้งแต่สมัยตอนทำ Series เรื่อง Chop Socky Chooks เพราะหลังจากนั้นก็ได้เอาระบบนี้แหละมาปรับใช้กับการทำงานกับ Series เรื่องอื่นๆ ซึ่งผลก็คือ เป็นที่ชื่นชอบของ Animation Director มากทีเดียว เพราะเปิดโอกาสให้เค้า comment งานได้แต่เนิ่นๆ และไอ้ที่ว่า animate เข้ารกเข้าพง แบบ “ผิดทางอย่างแรง” ก็ไม่เกิดขึ้นเลย ทำให้แก้งานน้อย และงานเสร็จเร็ว
มาดูกันเลยละกันนะว่าจะเริ่มยังไงกันดี…
1 ได้ storyboard มาปุ๊บ เปิดดูให้หมดว่าเรื่องนี้เกี่ยวกับอะไร (ถ้าเป็น series ก็ดูให้เข้าใจว่า Episode นี้เกี่ยวกับอะไร) และ scene ที่เราต้องอนิเมทเป็นช่วงไหน มีทั้งหมดกี่ซีน มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นบ้าง ช่วงนี้เนื้อเรื่องต้องการสื่ออะไร ตัวละครรู้สึกอะไร เพราะฉะนั้นสิ่งแรกที่ต้องทำในข้อหนึ่งนี้ คือ…
“คิดและทำความเข้าใจบท (Script) และบอร์ด (Story Board) – ไม่เข้าใจให้ถามผู้กำกับหรือ Animation Director เดี๋ยวนั้นเลย”
อย่าลืมว่า ถ้าลงมือทำไปทั้งๆ ที่ไม่เข้าใจ … “หลงทางเสียเวลา หลงติดยาเสียอนาคต” นะจ๊ะ (เกี่ยวมั้ยเนี่ย)
2 พอแน่ใจแล้วว่าสิ่งที่เราเข้าใจน่ะมาถูกทาง ก็เริ่มขั้นที่สอง คือ …
“การวางแผนท่าโพสของแต่ละซีน เรียกว่า Block Shot (บล๊อค ช๊อต)”
เวลาบล๊อค.. ให้ความสำคัญกับท่าโพส (curve และ Silhouette value) กับ Timing เป็นสำคัญ สมมติได้งานมาทั้งหมด 20 ซีน ก็ลุยบล๊อคมันให้หมด 20 ซีนเลยนะ ย้ำว่า “บล๊อค” เท่านั้นนะ อย่าเพิ่งเริ่มอนิเมท เพราะถ้าเกิดลุย Animate ไปแล้วแต่ท่าโพสไม่ผ่านจะเสียแรงเปล่านะจ๊ะ
3 พอบล๊อคเสร็จทั้งหมดแล้ว…
ค่อยย้อนกลับมาทำ Lip Sync
โดยดูว่าถ้าซีนไหนเป็น close up (ขนาดภาพใกล้) เวลาทำ Lip Sync ก็เนียนๆ บรรจงๆ หน่อย แต่ถ้าเป็นภาพระยะไกล เช่น แบบเต็มตัวก็พอจะหยวนๆ หมุบๆ หมิบๆ ไปได้ (ส่วนรายละเอียดเรื่อง Lip Sync ไว้ค่อยมาคุยเรื่องเทคนิคอีกทีละกันนะ)
4 พอ Block Shot เสร็จ Lip Sync เสร็จ.. งานที่มาถึงตรงนี้นิยมเรียกว่า First Pass หรือ Blocking Pass
โดยปกติแล้วจะส่งให้ Animation Director ตรวจสอบดูว่าท่าโพสที่เราวางแผนไว้ และ Lip Sync ที่ทำไว้ ใช้ได้รึเปล่า
โดย ขั้นนี้ Animation Director หรือ Animation Supervisor ก็จะรวบรวมงานของ Animators ในทีม ไปคุยกับ “ท่านผู้กำกับ” (เรียก “ท่าน” ให้ดูบิ๊กนิดส์นึง) ซึ่งเค้าก็จะดูว่าโพสที่เราใส่ไปนั้น สื่อสิ่งที่ตัวละครต้องการบอกได้รึเปล่า สื่ออามรณ์และทัศนคติของตัวละครถูกต้องรึเปล่า ถ้าเค้าคุยกันแล้วบอกว่า “โอเค! ผ่าน!” ก็เป็นอันว่า First Pass หรือ Blocking Pass ของเราผ่ายฉลุย มาถูกทางแล้ว เสร็จขั้นแรกที่สำคัญที่สุดไป … ลุยต่อโลด
5 ถึงตอนนี้…
เราก็ค่อยย้อนกลับมาที่ซีนแรก แล้วค่อยๆ เริ่มลงรายละเอียดของแต่ละโพสไปเรื่อยๆ โดยต้องพยามให้การเคลื่อนที่จากโพสหนึ่งไปอีกโพสหนึ่งดูแล้วลื่นไหลสบายตาให้มากที่สุด ซึ่งเทคนิคก็คือการเคลื่อนที่ให้เป็น curve อีกนั่นแหละ
ก็ค่อยๆทำไปทีละซีนจนเสร็จครบหมด พอเสร็จถึงตรงนี้ก็ให้ Animation Supervisor ดูอีกที ถ้าผ่านก็ลุยต่อเลย เพราะถึงตรงนี้ก็นับว่างานเสร็จไปแล้ว 70% แล้วล่ะ (บาง production ที่ตารางงานแน่นมากๆ หรือ Studio ที่แน่ใจว่าทีมปึ๊กแล้ว-เข้าที่เข้าทางแล้ว บางทีเค้าก็จะไม่ส่งงานขั้นนี้ให้ผู้กำกับดู แต่แค่จะเป็นการตรวจงานของ Animation Supervisor กับ Animators ในทีม)
6 ต่อจากนี้ที่เหลือก็คือ…
แต่งให้สวย ให้เนียน ให้เป๊ะ
วิธีทำ..เราก็ย้อนกลับมาเริ่มที่ซีนแรกใหม่ แล้วค่อยๆใส่ secondary ลงไปให้แต่ละโพสทำไปเรื่อยๆ จนครบทุกซีน (การทำ secondary คือ ทำให้เกิดการเหลื่อมของการเคลื่อนที่ เพื่อให้งานดูนุ่มนวลและเป็นธรรมชาติ)
นอกจากใส่ Secondary ขั้นตอนนี้ก็เป็นขั้นตอนการตรวจเช็คความเรียบร้อยของงานของเรา ก่อนส่งต่อไปยังแผนกต่อไปด้วย ตรวจอะไรอ่ะเหรอ ก็เช่นว่า มีส่วนไหนของ model ที่กินเข้าไปใน model อื่นรึเปล่า เวลาตัวละครย่ำเท้าลงพื้น เท้าแตะพื้นพอดีรึเปล่า หรือว่า เท้าทะลุเข้าไปที่ Ground Plain หรือว่า มีเฟรมไหนที่การเคลื่อที่กระตุกมั้ย อะไรแบบเนี้ย ซึ่งถ้าตรวจเรียบร้อยเสร็จ… งานถึงขั้นนี้ก็นับว่าเป็น Final Pass แล้ว
7 เสร็จจาก Final Pass ก็เป็นอันเสร็จพิธี..เอ๊ยย เสร็จขั้นตอนการอนิเมท ถ้าส่งงานไปแล้วผู้กำกับเซย์เยส ก็เป็นอันจบงานของอนิเมเตอร์ ซีนนั้นก็จะถูกส่งต่อไปให้ฝ่ายจัดแสง ใส่ effect หรือ render ต่อไป แต่ถ้าไม่ผ่านแล้วต้องแก้ ส่วนใหญ่ก็มักจะเป็นการแก้เล็กๆ น้อยๆ แล้วล่ะ น้อยมากๆนะ ที่เมื่องานมาถึงตรงนี้แล้วผู้กำกับจะสั่งย้อนกลับไปแก้โพสใหม่ เพราะถ้าโพสไม่เวิร์คผู้กำกับเค้าก็จะเห็นตั้งแต่ตอน Blocking (ขั้นที่ 2) แล้ว และก็จะให้แก้ตั้งแต่ตอนนั้นไปแล้ว
เพราะฉะนั้น การทำงานอย่างเป็นขั้นเป็นตอน มีระบบการส่งงาน และตรวจสอบบ่อยๆ ก็เป็นเรื่องที่ดี เพราะทำให้ประหยัดเวลาที่จะต้องเสียไปกับการแก้งานไปได้โข แถมการทำให้ทีมทั้งทีมมีความเข้าใจในเนื้อเรื่อง รับรู้สิ่งที่ผู้กำกับต้องการตั้งแต่ก่อนเริ่มงาน ก็ทำให้ทีมงานทำงานอย่างมีความมั่นใจและสนุกในการสร้างสรรค์งาน
แต่ก็อย่างที่บอกไว้ตอนแรก นี่เป็นเทคนิคและประสบการณ์ส่วนตัว ซึ่งก็เป็นเทคนิคที่ได้มาจากการทำงานกับสตูดิโอผลิต Animated Series ที่เคยทำงานด้วย แล้วก็เห็นว่าเวิร์ค ถ้าใครมีประสบการณ์การทำงานแบบอื่นๆ ที่เวิร์คก็ลองเอามาแบ่งปันกันมั่งน๊า
สุดท้ายนี้… ขอให้เรา ชาว Animania… อนิเมทต่อไป อนิเมทอย่าลดละ อนิเมทอย่าทดท้อ อนิเมทอย่างมุ่งมั่น เพื่อวงการ 3 D Animationไทยยยย..ยัย…ยัย…ยัยยยยยย… (ลองเอาไปพูดในห้องน้ำนะ…จะได้เสียงก้องๆแบบนี้เป๊ะๆเลย อี๊ อี๊)












ดีจ้า
อ่านจบแล้ว เป็นขั้นตอนการทำงาน ที่ดีจริงๆ มีคำถามอะก้า ปกติ ซีรีส์ที่ ที่ใช้ระบบแบบนี้ทำงาน จะใช้เวลาทำกี่วัน ต่อหนึ่งตอนอะจ้า ( เผื่อต้องทำซีรีส์อีก จะได้ประเมินเวลาทำงานถูก )
เท่าที่เคยทำมาเป็นแบบนี้น๊า… episode ละ 22 นาที แต่เป็นช่วงที่ใช้ loop ซ้ำประมาณ 5 นาที เพราะฉะนั้นที่ต้องทำใหม่จริงๆ ก็ประมาณ 17 นาทีต่อ Episode
- ช่วงสามเดือนแรกของตอนเริ่ม production ได้เวลาหนึ่งเดือนครึ่งต่อ episode ในทีมมีทีมละ 5 คน เพราะัยังใหม่กับคาร์แรคเตอร์ ต้องปรับตัวอะไรๆ เยอะแยะ เลยได้เวลาเยอะ
- พออยู่ตัวก็ร่นละยะเวลาให้น้อยลง คือ 1 เดือน ต่อทีม 5 คน (ใช้โควต้านี้ซักประมาณเดือนนึง)
- แล้วก็ลดจำนวนคนลงเหลือทีมละ 4 คน แต่ยังได้เวลา 1 เดือนต่อตอนอยู่ (1 คนที่ถูกดึงออกจากแต่ละทีม ก็จะไปรวมตัวกันเป็นทีมใหม่)
- จนช่วงสองเดือนสุดท้าย edisode ละ 2 อาทิตย์ ทีมละ 4 คน ที่ทำได้ speed นี้เพราะมี save cycle library ไว้เยอะแล้ว ท่าโพสส่วนใหญ่ก็โหลดจาก library มา้ใช้ซ้ำ ก็จะทำให้งานเร็วขึ้น
งงป่าวเอ่ยยย ..
>.> ระเอียดจริงๆ เหมือนจะเพิ่งเปิดไม่นาน แต่เป็นบลอคที่น่าติดตามมากเลยฮะ ตอนนี้ทำงานอยู่ด้วยใช่ไหมฮะ ^^
ผมก็สนใจอยากทำอยู่ แต่ไม่มีความรู้อะไรเลย เหอะๆ ตอนนี้ติดปัญหาคืออยากใช้toonboom แต่ในไทยไม่มีใครเขียนtutorialภาษาไทยไว้ ถ้าพี่ใช้เป็นว่างๆรกกวนอธิบายวิธีใช้ได้ไหมฮะ ไม่ได้ก็ไม่เป็นไรนะฮะ ติดตามอยู่ตลอด บลอคนี้มีประโยชน์มาก XD
ขอบคุณค่ะที่ติดตาม มีคนชอบก็ชื่นจายยย (*^_^*)
ก็เป็นเว๊บที่เพิ่งเปิดจริงๆแหละค่ะ แต่ว่าอยากทำให้ดีๆ ไว้เป็นข้อมูลให้คนที่สนใจอนิเมชั่นลองเข้ามาดูได้ (แต่ส่วนใหญ่ก็เป็นข้อมูลจากประสบการณ์ของตัวเอง บางคนอาจมีเทคนิค-วิธีที่ต่างไปก็อยากให้เอามาแชร์ๆกัน ไรเงี๊ยอ่ะค่ะ)
ถ้าอยากทำงานด้านนี้ ก็ลองหาดูก่อนนะคะว่าชอบทำส่วนไหน แล้วก็ลองฝึกๆมือดูอ่ะค่ะ เดี๋ยวก็เป็นเนอะ
ส่วนเรื่อง Toonboom สังเกตุอยู่เหมือนกันค่ะว่าที่นี่ไม่ค่อยมีใครใช้ ทั้งๆที่ที่โน่นใช้กันค่อนข้างจะปกติในวงการ 2D ยังไงจะลองหาข้อมูลให้นะคะ
ขอบคุณที่ติดตามอีกทีค่ะ ถ้ามีอะไรเสนอแนะก็ยินดีเลยนะคะ (*^_^*)
Pink
สุดยอดเลยครับ แบบนี้ผมต้องมาประจำสะแล้ว คุณยาย เอ่ย คุณป้า อะ คุณน้า อิอิ เรียก คุณพี่ละกัน คร้าบ สงสัยไรจะมาขอรบกวน สอบถามนะครับ…ป๋ม (ได้ความรุ้เพียบแต่ยังใช้ไม่เป็นนะ อิอิ)
แหมๆๆๆ ตามมาราวีถึงถิ่นเชียวน๊า …. 5555+
ได้ๆๆ มีไรสงสัยเขียนมาถามได้เรย ตื่นมาล้างฟันปลอมเสร็จจะมานั่งพิมพ์ตอบ หุ หุ
ขอบคุณคับ ได้ความรู้อีกเพียบ
แต่
ทำยังไงถึงได้ไปทำงานต่างประเทศอ่ะคับ อยากไปบ้าง
ขอบคุณที่มาอ่านจ้า… (*^_^*)
จากประสบการณ์ส่วนตัวก็อยากจะแนะนำว่าให้ทำงานเก็บตังค์ซักก้อน..แลัวก็ไปเรียนต่อล่ะ เพราะถ้าจากเรียนจบที่โน่นแล้วหางานทำ.. เค้าจะถือว่าเราผ่านการเรียนจากมาตรฐานโรงเรียนที่โน่นแล้ว แถมตัวเราก็ยังอยู่ที่โน่นด้วยทำให้การติดต่ออะไรหรือการเรียกสัมภาษณ์ก็สะดวกกว่ามาก ถ้าหากคิดว่าทำงานเก็บตังค์จะช้าไป ก็ลองๆ หาทุนก็ได้นะ ได้ยินว่าออสเตรเลียมีทุนเปิดอยู่บ่อยๆ ล่ะ … สู้ๆน๊า ขอให้สำเร็จอย่างที่ตั้งใจ (*^_^*)
จะลองเอาไปใช้ดูนะคะ ขอบคุณค้าาา
ยินดีคร๊าบบบ ได้ผลอะไรยังไงมาเขียนเล่าให้ฟังมั่งน๊า (*^_^*)
ขอบคุณมากๆครับ ได้ความรู้เยอะเลยทีเดียว
เป็นบลอกที่ดีมากๆๆเลย มาให้กำลังใจนะ
สุดยอดความรู้…ขอบคุณมากครับ
ต่อไปผมคงจะเป็นแอนิเมเตอร์ที่มีคุณภาพ ตามความฝันที่วาดเอาไว้ครับ
ตอนนี้ผมเพิ่งอายุ 18ปี สำหรับ Animation นี้คือความฝันอันสูงสุดของผม
ผมชื่นชอบมาตั้งแต่ อายุ13 ปี ผมมีผลงานที่ผมทำส่งประกวดมาแล้วหลายเวที
ผมอยากรู้มากเกี่ยวกับการทำงานใน สตูดิโอ ว่ามันเป็นยังงัย
เพราะที่ผมทำคือ ทำเองทุกอย่าง ทุกแผนก
ตอนนี้ผมก็เข้าใจมากขึ้นแล้วครับ และผมต้องเรียนรู้อีกเยอะ
ฝากตัวด้วยคับ
ขอบคุณครับ
ป้าพิงค์ฮอตค่อดๆอะ อิอิ มาแวะเวียนเป็นกำลังใจ คราวหน้าป้าโพสรูปตัวเองด้วยสิเค้าจะได้ตัดสินใจกันได้ว่าเรียนป้าหรือน้าดี^^ อิอิ
สุดยอดเลย อยากรู้มานานแล้ว แถมเป็นภาษาไทยซะด้วย ขอบคุณที่แบ่งปันครับ
ได้ความรู้เพิ่มเยอะเลยครับ ไม่เคยรู้มาก่อนเลยนะครับ ขอบคุณมากๆเลยครับ
แต่ผมสงสัยอยู่นิดหนึ่งอะ ว่า . . . . ..
เวลาเราจะ Animate เรามีจะมีวิธี ว่าง Time ยังไงอะครับ เราจะรู้ได้อย่างไรว่า จังหวะ จะพอดี ขยันแล้วดูเป็นธรรมชาติ แล้วเวลาพูด เราต้องเอาเสียงพากษ์ จริงๆเลย หรือว่า เสียง Guide ก่อนดีครับ รบกวนถามนะครับ
ปล.ผมมือใหม่ออกตัวช้าครับ
ถ้าหากเป็นซีนที่มีเสียงพูด… เคยทำงานกับทั้งที่มีแค่เสียงไกด์แล้วพากญิจริงทีหลัง กับเอาเสียงจริงมาทำงานเลย… ส่วนตัวชอบแบบที่เอาเสียงจริงมา animate มากกว่าค่ะ
ส่วนเรื่อง Timing บอกตามทฤษฏีเค้าก็จะว่า..ได้มาจาก “การสังเกต” ค่ะ.. ส่วนในทางปฏิบัติ ก็มีการดูจากวีดีโอ reference .. หรือลัดหน่อย (หรือถ้าเป็นท่าทางพื้นฐาน)ก็ศึกษาเอาจากหนังสือสอน animation ก็มีค่ะ .. จำได้ว่าเคยแปลเรื่องเกี่ยวกับ reference เอาไว้ ในหน้า Animation Tips and Tricks ลองอ่านดูนะคะ น่าจะตอบคำถามได้ละเอียดขึ้น
ขอบคุณมากๆเลยนะคะที่ติดตามแถมเขียนมาถามอีกต่างหาก ปลื้มค่ะ … ^_^